ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.08 อ่อนค่าต่อเนื่อง เกาะติดสถานการณ์ตอ.กลาง-ถ้อยแถลงเฟด

ค่าเงินบาท [USDTHB.X] ปิดเย็นนี้ที่ระดับ 33.08 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อย จากช่วงเช้าเปิดตลาดที่ระดับ 33.04 บาท/ดอลลาร์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุว่า ระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 33.01 – 33.11 บาท/ดอลลาร์ ในทิศทางที่อ่อนค่า หลังจากราคาน้ำมันในตลาดโลกมีทิศทางปรับตัวสูงขึ้น จากผลความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

สำหรับคืนพรุ่งนี้ จะมีการรายงานผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน ของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) แต่ปัจจัยสำคัญที่ตลาดรอดู คือ การกล่าวสุนทรพจน์ของรองประธานเฟด ในการประชุมที่แจ็คสันโฮล สัปดาห์หน้า ส่วนในไทย จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

“ตอนนี้ ตลาดยังต้องติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอน และอาจจะกลับมารุนแรงได้อีก หลังจากที่สิ้นสุดข้อตกลงหยุดยิง 60 วัน ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านไปแล้ว” นักบริหารเงิน ระบุ

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.00 – 33.20 บาท/ดอลลาร์

* ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.61 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 159.44 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1570 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1580 ดอลลาร์/ยูโร

– ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,621.62 จุด ลดลง 4.82 จุด (-0.30%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 83,308.95 ล้านบาท

– สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 188.97 ล้านบาท

– สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 2 ปี 2569 ขยายตัวได้ 2.0% จากผลของการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่ขยายตัว 6.6% เป็นสำคัญ ตามความต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนพลังงาน และราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่สินเชื่อ SMEs หดตัว -4.6% ติดลบต่อเนื่อง 16 ไตรมาส ตามความเสี่ยงด้านเครดิตที่ยังอยู่ในระดับสูง

– ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยกำไรสุทธิของระบบธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 2 อยู่ที่ 83,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากกำไรที่มาจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของตราสารทางการเงิน และค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ที่เพิ่มขึ้นเป็นสำคัญ ประกอบกับค่าใช้จ่ายสำรองลดลง หลังจากที่ธนาคารพาณิชย์ได้กันสำรองไปค่อนข้างมากในช่วงก่อนหน้า และมีการบริหารต้นทุนการดำเนินงานที่ดีขึ้น

– แนวโน้มสันติภาพในตะวันออกกลางเผชิญกับอุปสรรคครั้งสำคัญ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาไม่สนใจที่จะขยายกรอบเวลา 60 วันที่กำหนดไว้ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งสิ้นสุดลงในวันที่ 17 ส.ค.69

– ผลสำรวจความคิดเห็นของรอยเตอร์/อิปซอสส์ (Reuters/Ipsos) ระบุว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ร่วงลงสู่ระดับ 33% ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขา ท่ามกลางความกังวลของภาคประชาชนต่อสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

– นายกรัฐมนตรีของจีน ได้ออกมาเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งออกมาตรการสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ หลังข้อมูลล่าสุดส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจชะลอตัวลงในทุกภาคส่วนในเดือนก.ค. และการเติบโตทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มต่ำกว่าเป้าหมายรายปีที่รัฐบาลกำหนดไว้

– อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 30 ปีในวันนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในต่างประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ตลาดเพิ่มการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน