เงินเฟ้อ UK พุ่งแตะ 2.9% สูงสุดในรอบ 4 เดือนหลังค่าไฟ-ก๊าซดีดแรง จับตา BoE ตรึงดอกเบี้ย 3.75%

สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) รายงานในวันนี้ (19 ส.ค.) ว่า อัตราเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักรในเดือนก.ค. 2569 เร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 2.9% สูงสุดในรอบ 4 เดือน โดยยุติช่วงเวลาผ่อนคลายด้านค่าครองชีพของประชาชน หลังเพดานราคาพลังงานปรับขึ้น 13% และราคาก๊าซธรรมชาติพุ่งทะยานเกือบ 15% จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง แม้ได้แรงหนุนจากราคาอาหาร ค่าน้ำมัน และตั๋วเครื่องบินที่ปรับลดลงช่วยพยุงไว้ก็ตาม

ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด ทำให้บรรดาเทรดเดอร์เริ่มปรับลดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า BoE จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75% เนื่องจากตลาดแรงงานเริ่มคลายความร้อนแรง

สรุปตัวเลขสถิติและข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญทั้งหมดในรายงาน:

  • อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI): พุ่งขึ้นแตะ 2.9% เมื่อเทียบรายปีในเดือนก.ค. (เพิ่มจากระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือนที่ 2.6% ในเดือนมิ.ย.) ตรงตามที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ และสูงกว่าที่ BoE คาดการณ์ไว้ที่ 2.8% โดยถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.
  • อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI): (ไม่รวมราคาพลังงาน อาหาร แอลกอฮอล์ และยาสูบ) ทรงตัวอยู่ที่ 2.6%
  • อัตราเงินเฟ้อภาคบริการ: ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 3.4% (ลดลงจาก 3.6% ในเดือนก่อนหน้า)
  • เพดานราคาพลังงานครัวเรือน: ปรับขึ้น 13%
  • ราคาก๊าซธรรมชาติ: พุ่งขึ้นเกือบ 15% ในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับขึ้นรายเดือนที่รุนแรงที่สุดในรอบ 4 ปี
  • ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าเดินทาง: ราคาน้ำมันดีเซลลดลงเฉลี่ย 8.8 เพนซ์ต่อลิตร ระหว่างเดือนมิ.ย.-ก.ค. ขณะที่ค่าโดยสารเครื่องบินปรับลดลง 11.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  • ราคาอาหารและเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์: ขยายตัวเพียง 1.3% ในเดือนก.ค. (ลดลงจาก 1.7% ในเดือนมิ.ย. ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2564) และส่งผลต่อ CPI เพียง 0.14 จุดเปอร์เซ็นต์ ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2564
  • ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI):
    • ราคาปัจจัยการผลิตและวัตถุดิบ (Input prices) ลดลง 1.7% ในรอบเดือน ส่งผลให้อัตราเพิ่มขึ้นรายปีอยู่ที่ 4.9%
    • ราคาสินค้าหน้าโรงงาน (Output prices) ปรับขึ้นเพียง 0.2% ในรอบเดือน ทำให้อัตราเพิ่มขึ้นรายปีอยู่ที่ 3.1%
  • ค่าเงินปอนด์: แข็งค่าขึ้น 0.1% แตะระดับ 1.3550 ดอลลาร์สหรัฐ หลังการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ
  • อัตราดอกเบี้ยและเป้าหมายเงินเฟ้อของ BoE: คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะขึ้นแตะจุดสูงสุดที่ 3.2% ในไตรมาสสุดท้ายของปี (ยังคงสูงกว่ากรอบเป้าหมายที่ 2.0%) ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันอยู่ที่ 3.75%


การพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อในเดือนนี้เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า หลังจากที่ Ofgem หน่วยงานกำกับดูแลพลังงานของอังกฤษ ได้ประกาศปรับขึ้นเพดานราคาพลังงานประจำไตรมาสไปตั้งแต่เดือนพ.ค.

ทั้งนี้ ผู้บริโภคซึ่งเคยได้รับการปกป้องจากผลกระทบของสงครามในอิหร่านด้วยระบบเพดานราคาที่มีการปรับตัวล่าช้ากว่าตลาด เริ่มเผชิญกับผลกระทบจากบิลค่าพลังงานที่แพงขึ้นอย่างชัดเจน และคาดว่าเพดานค่าพลังงานจะปรับขึ้นอีกครั้งในเดือนต.ค. แม้จะเป็นอัตราที่ชะลอลง แต่ก็จะยิ่งซ้ำเติมแรงกดดันต่อค่าครองชีพของครัวเรือน

สำหรับทิศทางนโยบายการเงิน ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ประเมินว่าเงินเฟ้อจะแตะจุดสูงสุดที่ 3.2% ในไตรมาสที่ 4 แม้จะดีกว่าคาดการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในช่วงเริ่มสงคราม แต่ยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% และขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด

ผู้กำหนดนโยบายหวังว่าภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวจะช่วยสกัดกั้นผลกระทบระลอกสอง (Second-round effects) จากราคาพลังงานที่แพงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลตลาดแรงงานที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร (18 ส.ค.) ที่ชี้ว่าตลาดแรงงานเริ่มคลายความร้อนแรงลง ยอดการจ้างงานลดลง และการเติบโตของค่าจ้างในภาคเอกชนชะลอตัว

การลดลงของอัตราเงินเฟ้อในภาคบริการยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้ BoE มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ตามที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดไว้ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงจากปัญหาการหยุดชะงักของการขนส่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ จะยังคงเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลให้แก่คณะกรรมการ BoE ฝ่ายสายเหยี่ยวส่วนน้อยที่เคยผลักดันให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทันทีเมื่อเดือนที่ผ่านมา

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช