
การแสดงจุดยืนของอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เกี่ยวกับประเด็นไต้หวัน ด้วยการพูดชัดเจนว่า “ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน” กำลังกลายเป็นชนวนความขัดแย้งระลอกใหม่ในภูมิภาค โดยจีนได้ออกมายกย่องการแสดงความเห็นดังกล่าว ขณะที่ไต้หวันประณาม พร้อมขู่อาจกระทบความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้า
ไชน่าเดลี่ ซึ่งเป็นสื่อของทางการจีนรายงานว่า นายกรัฐมนตรีมาเลเซียให้สัมภาษณ์ผ่านทางวิดีโอกับสำนักข่าวอัลจาซีรา โดยกล่าวว่า “ผมมองว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน และจบแค่นั้น… ใช่ คุณสามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้บริบท ซึ่งนั่นก็คือมีจีนเดียว และเป็นสิ่งที่ทุกคนยอมรับ”
นอกจากนี้ เมื่อถูกถามถึงกรณีที่จีนอาจใช้กำลังทหารหากไม่สามารถรวมชาติโดยสันติได้ นายกฯ มาเลเซียได้เปรียบเทียบกับประเทศของตนเองว่า หากมีพื้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของมาเลเซียพยายามจะแยกตัวออกไป ก็ถือเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของเขาเช่นกันในการรักษาบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศไว้
อันวาร์กล่าวว่า หากมีรัฐใดรัฐหนึ่งของมาเลเซียตัดสินใจที่จะแยกตัวออกไป “ผมคิดว่าผมก็ต้องปกป้องความศักดิ์สิทธิ์และเอกภาพของประเทศเช่นกัน”
คำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวได้รับการขานรับจากทางการจีน โดย หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ออกมาชื่นชมท่าทีของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียในการแถลงข่าวประจำวัน ณ กรุงปักกิ่ง ในวันนี้ (19 ส.ค.) ว่า การยึดมั่นในหลักการจีนเดียวถือเป็นความปรารถนาของประชาชนชาวจีนและเป็นเรื่องของความถูกต้องชอบธรรม ทั้งยังเป็นฉันทามติพื้นฐานของสังคมโลกที่ไม่อาจสั่นคลอนได้ พร้อมเน้นย้ำว่าโลกนี้มีเพียงจีนเดียว และไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนจีนที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ การรวมชาติจีนจึงเป็นแนวโน้มทางประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันได้ออกแถลงการณ์ประณามถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดยยืนยันว่าไต้หวันเป็นประเทศอธิปไตย ไต้หวันและจีนไม่ได้เป็นรองกัน และ “ข้อเท็จจริงนี้จะไม่เปลี่ยนแปลงเพราะคำกล่าวอ้างที่ไม่เป็นความจริงของใครก็ตาม”
สื่อไต้หวันรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศยังชี้ด้วยว่า มาเลเซียเป็นประเทศประชาธิปไตย และอันวาร์ก็เสนอภาพลักษณ์ตนเองในฐานะนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน “จึงควรยึดมั่นในค่านิยมสากล ทั้งประชาธิปไตย เสรีภาพ สิทธิมนุษยชน และหลักนิติธรรม” พร้อมเตือนว่าวาทกรรมทางการเมืองที่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสถานะที่เป็นอยู่ (Status Quo) บริเวณช่องแคบไต้หวัน ถือเป็นการทำลายความเชื่อมั่นทางการเมืองระหว่างกัน โดยระบุว่า ที่ผ่านมาไต้หวันและมาเลเซียมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าที่ใกล้ชิดกัน
“เนื่องจากความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดระหว่างอธิปไตยของชาติและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การสนับสนุนจีนของอิบราฮิมอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของธุรกิจไต้หวันที่ลงทุนในมาเลเซีย” กระทรวงฯ ระบุ
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า มาเลเซียและจีนได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2517 โดยในแถลงการณ์ร่วมที่ลงนามในวันดังกล่าว มาเลเซียได้รับรองรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงรัฐบาลเดียวของจีน และยอมรับว่า ไต้หวันเป็นส่วนที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ของดินแดนสาธารณรัฐประชาชนจีน
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/ปนัยดา ปัทมโกวิท





