น้ำมันดิบ​ BRENT-WTI ขยับขึ้นใกล้สูงสุดรอบ 1 เดือน หลังทรัมป์ขู่คว่ำบาตรอิหร่านเพิ่ม

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นต่อในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียเช้าวันนี้ (20 ส.ค.) หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่ว่าจะเพิ่มมาตรการจำกัดทางเศรษฐกิจที่เข้มงวดมากขึ้นต่ออิหร่าน ขณะที่ตลาดยังวิตกว่าสถานการณ์เผชิญหน้าบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอาจยืดเยื้อ

ราคาน้ำมันดิบขยับเข้าใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน และปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน โดย ณ เวลา 07.25 น. ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] เพิ่มขึ้น 0.25% สู่ระดับ 91.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) [WTI.X] เพิ่มขึ้น 0.15% สู่ระดับ 84.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ตลาดกำลังเตรียมรับมือกับการเผชิญหน้าบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่อาจลากยาว หลังทรัมป์ประกาศว่า สหรัฐฯ จะเพิ่มมาตรการจำกัดทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน โดยถึงแม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของมาตรการใหม่ แต่ทรัมป์ได้เรียกร้องให้ชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ เข้าร่วมดำเนินการด้วย พร้อมเตือนประเทศที่ยังทำธุรกิจกับอิหร่าน และระบุว่าแผนดังกล่าวจะเป็นปฏิบัติการทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีต่อประเทศใดประเทศหนึ่ง

ปัจจุบัน อิหร่านอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่อการส่งออกน้ำมันอยู่แล้ว อีกทั้งสหรัฐฯ ยังใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ท่ามกลางสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่างทั้งสองฝ่าย

ด้านอิหร่านตอบโต้การรุกรานของสหรัฐฯ ด้วยการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบต่อแหล่งจัดหาน้ำมันดิบทั่วโลกอย่างน้อย 20% ขณะที่ข้อมูลการเดินเรือล่าสุดระบุว่า การขนส่งเชิงพาณิชย์ผ่านช่องแคบดังกล่าวยังอยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงคราม แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จะยืนยันหลายครั้งว่าเส้นทางเดินเรือเปิดให้ใช้งานแล้ว

ทรัมป์ย้ำเมื่อวันพุธ (19 ส.ค.) ว่า สหรัฐฯ สามารถควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเต็มที่ แต่ขณะเดียวกันก็กล่าวว่า ยังมีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาเจรจากับอิหร่านในอนาคต

อย่างไรก็ตาม อิหร่านยืนกรานว่าไม่มีการเจรจากับสหรัฐฯ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขในบันทึกความเข้าใจ (MoU) ที่จัดทำขึ้นเมื่อเดือนมิ.ย. ก่อนที่สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซจะสามารถคืบหน้าต่อไปได้

บันทึกความเข้าใจดังกล่าวสิ้นสุดลงเมื่อต้นสัปดาห์นี้ และจนถึงขณะนี้แทบไม่มีสัญญาณจากทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านว่าจะมีการต่ออายุข้อตกลงดังกล่าว

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/ปนัยดา ปัทมโกวิท