“อนุทิน” บุกนิวซีแลนด์ จีบ 2 บิ๊กธุรกิจปักหมุดไทย เชื่อมเกษตร-ท่องเที่ยวสู่ตลาดโลก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยถึงการหารือกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำของนิวซีแลนด์ ในโอกาสการเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ได้แก่ Skyline Enterprises ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยว และ T&G Global บริษัทเกษตรและผลไม้ระดับโลก เจ้าของแบรนด์ Envy เพื่อเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจและผลักดันให้เกิดการลงทุน และความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างสองประเทศ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้นำเสนอศักยภาพของประเทศไทยโดยตรงต่อภาคธุรกิจนิวซีแลนด์ โดยเน้นว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงตลาดขนาดใหญ่ แต่สามารถเป็นทั้งฐานการลงทุน ฐานการผลิต และประตูเชื่อมธุรกิจไปยังตลาดอาเซียน และภูมิภาคอื่นของโลก รัฐบาลจึงต้องการเปลี่ยนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทย-นิวซีแลนด์ ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่ประชาชนและภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์ร่วมกัน

สำหรับการหารือกับ Skyline Enterprises นายกรัฐมนตรีเชิญชวนให้บริษัทพิจารณาขยายการลงทุนมายังประเทศไทย โดยไทยมีจุดแข็งทั้งความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยว และศักยภาพในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรมรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว ซึ่งสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของบริษัท

ด้านผู้บริหาร Skyline Enterprises แสดงความสนใจต่อโอกาสทางธุรกิจในประเทศไทย โดยมองเห็นศักยภาพของตลาดและแหล่งท่องเที่ยวไทย รวมถึงโอกาสในการเจาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว นายกรัฐมนตรี จึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ไปประสานงานกับบริษัทอย่างใกล้ชิด เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และต่อยอดไปสู่การลงทุนในประเทศไทย

สำหรับการหารือกับ T&G Global บริษัทแสดงความสนใจในการหาฐานกระจายสินค้า เพื่อรองรับการขยายตลาดไปยังประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน และอินเดีย โดยนายกรัฐมนตรี ได้เสนอให้บริษัทพิจารณาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้า เนื่องจากประเทศไทยมีความได้เปรียบด้านที่ตั้ง และระบบโลจิสติกส์ สามารถเชื่อมโยงการขนส่งทั้งทางบก และทางน้ำไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อาเซียน และตลาดนอกภูมิภาค ประกอบกับไทยมีเครือข่ายความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่สามารถสนับสนุนการขยายธุรกิจและการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ยังได้เชิญชวน T&G Global มองประเทศไทยในฐานะหุ้นส่วนด้านการเกษตร ไม่ใช่เพียงจุดกระจายสินค้า โดยไทยเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าเกษตร และอาหารที่สำคัญของโลก มีวัตถุดิบที่หลากหลาย รวมถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีการเกษตรที่มีศักยภาพ ขณะที่นิวซีแลนด์ มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการทำตลาดระดับโลก หากนำจุดแข็งของทั้งสองประเทศมาร่วมกัน จะสามารถเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตร สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ และขยายตลาดไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังเสนอให้ต่อยอดความร่วมมือไปถึงการใช้ความแข็งแกร่งของ แบรนด์ Envy และเครือข่ายตลาดระหว่างประเทศของ T&G Global สนับสนุนการเปิดตลาดให้ผลไม้คุณภาพของไทย โดยเฉพาะในภูมิภาคยุโรป ซึ่งเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย คือ นิวซีแลนด์สามารถใช้ไทยเป็นประตูสู่ตลาดอาเซียน และอินเดีย ขณะที่ผลไม้ไทยจะมีโอกาสใช้เครือข่ายของพันธมิตรนิวซีแลนด์เข้าถึงตลาดใหม่ ๆ ในต่างประเทศ

“การเยือนนิวซีแลนด์ครั้งนี้ รัฐบาลต้องการให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แปลงเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ เราเชิญการลงทุนเข้าประเทศ แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องเปิดประตูให้สินค้าและผู้ประกอบการไทยออกไปสู่ตลาดโลกด้วย ไทยมีทั้งทำเลที่ตั้ง การเกษตร การท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน และเครือข่าย FTA หากเชื่อมจุดแข็งเหล่านี้เข้ากับทุน เทคโนโลยี และเครือข่ายธุรกิจระดับโลกได้ จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยมากกว่าการซื้อขายสินค้าเพียงอย่างเดียว” นายกรัฐมนตรี ระบุ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้บีโอไอ ติดตามผลการหารือกับทั้งสองบริษัทอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนความสนใจของภาคเอกชนให้ไปสู่โครงการลงทุนและความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม อันจะช่วยสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย และเสริมบทบาทประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางธุรกิจ การลงทุน และการเชื่อมโยงตลาดของภูมิภาค

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์