ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันศุกร์ (21 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ หลังราคาทองคำและทองแดงปรับตัวสูงขึ้น แม้ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,816.56 จุด เพิ่มขึ้น 68.40 จุด หรือ +0.64% และปรับตัวขึ้น 0.6% ในรอบสัปดาห์นี้
หุ้นกลุ่มเหมืองโลหะมีค่าและโลหะอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น หลังราคาทองคำและทองแดงขยับสูงขึ้น ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงจากมาตรการซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ โดยหุ้น Antofagasta และหุ้น Endeavour Mining เพิ่มขึ้น 5.4% และ 4.1% ตามลำดับ และเป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดใน FTSE 100
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า รัฐบาลอาจเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อีก เพื่อสนับสนุนตลาดพันธบัตรที่เริ่มเผชิญแรงกดดัน หลังจากกระทรวงการคลังประกาศแผนเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรเป็น 2 เท่าจากเดิมอย่างเหนือความคาดหมายเมื่อวันพุธ
ความเคลื่อนไหวในตลาดพันธบัตรยังเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก โดยตลาดหุ้นทั่วโลกมีแนวโน้มปิดตลาดสัปดาห์นี้ด้วยการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนก.ค. เนื่องจากแรงกดดันในตลาดพันธบัตรทั่วโลกยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย
ด้านสถานการณ์ตะวันออกกลาง อิหร่านระบุว่าจะตอบโต้ด้วยมาตรการรุนแรง หากเผชิญภัยคุกคามครั้งใหม่จากสหรัฐฯ หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการเงินที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีเป้าหมายโค่นล้มรัฐบาลอิหร่าน
สำหรับเศรษฐกิจอังกฤษ ยอดค้าปลีกลดลงตามคาดในเดือนก.ค. หลังจากพุ่งขึ้นในเดือนมิ.ย. โดยสภาพอากาศร้อนช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อพัดลมและเครื่องปรับอากาศ ขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตจัดโปรโมชั่นในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกชาย
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจล่าสุดระบุว่า ภาคบริการของอังกฤษ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ ขยายตัวอย่างไม่คาดคิดในเดือนนี้ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจอังกฤษ แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงสร้างความไม่แน่นอน
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





