ออสเตรเลียสั่งแบนเพลงสร้างด้วย AI พ้นชาร์ต เซ่นปมดราม่าคัฟเวอร์เพลง “มาดอนน่า”

สมาคมอุตสาหกรรมแผ่นเสียงแห่งออสเตรเลีย (ARIA) ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนอุตสาหกรรมดนตรีของประเทศ ประกาศตัดสิทธิ์ผลงานเพลงที่สร้างขึ้นด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งหมดออกจากการจัดอันดับชาร์ตเพลงอย่างเป็นทางการ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีดีเจชาวออสเตรเลียนำเพลง “Like a Prayer” ของมาดอนน่า (Madonna) มารีมิกซ์คัฟเวอร์ใหม่จนขึ้นสู่อันดับต้น ๆ ของชาร์ตเพลงในประเทศ

ARIA แถลงเมื่อวันอังคาร (25 ส.ค.) ว่า ผลงานเพลงที่สร้างขึ้นด้วย Generative AI ทั้งหมดจะไม่มีสิทธิได้รับการจัดอันดับใน “ARIA Charts” อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ผลงานที่มีการนำ AI มาใช้เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนยังคงมีสิทธิเข้าร่วมการจัดอันดับได้ โดยมีเงื่อนไขว่าผลงานนั้นต้อง “สร้างสรรค์โดยมนุษย์เป็นหลัก” และไม่มีข้อสงสัยในเรื่องการปั่นยอดสตรีมหรือการบิดเบือนอันดับชาร์ต

ทั้งนี้ เพื่อจำแนกความแตกต่างระหว่างผลงานเพลงที่สร้างจาก AI และผลงานที่ใช้ AI เป็นตัวช่วย ARIA จะนำเกณฑ์นิยามตามมาตรฐานการระบุประเภทผลงานที่แวดวงดนตรีระดับสากลเพิ่งประกาศใช้เมื่อเดือนก.ค. ที่ผ่านมา มาเป็นแนวทางในการพิจารณา

แอนนาเบลล์ เฮิร์ด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ARIA กล่าวว่า “ARIA Charts จะยังคงเป็นตัวชี้วัดความนิยมในการฟังเพลงของชาวออสเตรเลียอย่างโปร่งใส แต่การเปิดให้ผลงานที่สร้างจาก AI โดยไม่ได้รับอนุญาตด้านลิขสิทธิ์ติดชาร์ตนั้น ถือเป็นการบ่อนทำลายรากฐานสำคัญของวงการดนตรีบันทึกเสียง ซึ่งองค์กรของเราก่อตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทน”

ปัจจุบัน ARIA Charts ทำหน้าที่รวบรวมและจัดอันดับเพลงรวมถึงอัลบั้มยอดนิยมในออสเตรเลีย โดยจะประกาศอันดับใหม่ผ่านทาง Apple Music และ Spotify ทุกวันศุกร์

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ทั่วโลกกำลังเร่งหาข้อตกลงการอนุญาตใช้สิทธิ์รูปแบบใหม่ เพื่อปกป้องคลังเพลงมหาศาลของตน เนื่องจากเพลงที่สร้างจาก AI ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนผู้ฟังเริ่มแยกไม่ออกระหว่างเพลงที่แต่งโดยมนุษย์กับเพลงที่สร้างโดยระบบ AI

สำหรับชนวนเหตุของข้อถกเถียงนี้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อผลงานคัฟเวอร์เพลงฮิตปี 2532 ของมาดอนน่าอย่าง “Like a Prayer” โดย จอช ฟาวาซ ดีเจจากรัฐควีนส์แลนด์ กลายเป็นเพลงที่สถานีวิทยุในออสเตรเลียเปิดบ่อยที่สุด และสามารถไต่ขึ้นไปถึงอันดับที่ 4 บนชาร์ตหลักของ ARIA ถึงสองชาร์ตเมื่อเดือนก.ค. ที่ผ่านมา ทว่ามีโปรดิวเซอร์เพลงหลายรายออกมาตั้งข้อสังเกตและกล่าวหาว่า ผลงานดังกล่าวใช้ Generative AI ในการผลิตโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลในตอนแรก

ด้านฟาวาซได้ออกมาชี้แจงผ่านอินสตาแกรมเมื่อเดือนมิ.ย. เพื่อตอบโต้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของโปรดิวเซอร์เพลงรายหนึ่งว่า ตนใช้ AI เป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้น และ “เรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนขนาดนั้น” พร้อมระบุเพิ่มเติมว่าตนเองทำเพลงมานานก่อนที่จะมีเทคโนโลยี AI และเป้าหมายสำคัญมีเพียงการทำ “เพลงที่ดี” มอบให้แก่ผู้ฟังเท่านั้น

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช