
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือนก.ค. 2569 พบว่า การส่งออกมีมูลค่า 34,789 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 21.6% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 38,399 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 36.7% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 3,610 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ พบว่าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง มีการเติบโตอย่างโดดเด่น และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาคการส่งออกไทย เช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือ ที่ยังคงขยายตัวได้ดี ขณะเดียวกัน สินค้าเกษตรกลับมาขยายตัว โดยเฉพาะข้าว สินค้าประมง และผักสด ประกอบกับสินค้ายางพารา และสินค้าปศุสัตว์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ล้วนเป็นปัจจัยหนุนต่อการส่งออกโดยรวม
“ปัจจัยสนับสนุนสำคัญของการส่งออก คือ อุปสงค์กลุ่มสินค้าในห่วงโซ่เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลทั่วโลกที่ยังแข็งแกร่ง, การเร่งนำเข้าเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการค้าของสหรัฐ และ การพลิกกลับมาขยายตัวของกลุ่มสินค้าเกษตรหลัก และศักยภาพของอาหารแปรรูป” นายนันนทพงษ์ ระบุ
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งสถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานผันผวน และปรับตัวสูงขึ้น อีกทั้งแนวโน้มการออกมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะมีการเจาะจงเป็นรายประเทศ และรายสินค้ามากขึ้นในระยะต่อไป
สำหรับในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค. – ก.ค.69) การส่งออกของไทย มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 231,531 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 18.2% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 266,885 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ขาดดุลการค้า รวมทั้งสิ้น 35,354 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
*การส่งออกรายกลุ่มสินค้า
–สินค้าเกษตร : มูลค่าการส่งออก 2,766 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.6% ขยายตัวครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยสินค้าเกษตรสำคัญที่ขยายตัวดี ได้แก่ ยางพารา, กุ้งสด แช่เย็น-แช่แข็ง, ไก่แปรรูป และ ข้าว
–สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร : มูลค่าการส่งออก 2,070 ล้านดอลลาร์ ลดลง 3.3% หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 โดยสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรสำคัญที่ยังขยายตัวดี ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง และ อาหารทะเล กระป๋อง และแปรรูป
–สินค้าอุตสาหกรรม : มูลค่าการส่งออก 28,692 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 24.2% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 28 โดยสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญที่ขยายตัวดี ได้แก่ เครื่องวิดีโอ เครื่องเสียง อุปกรณ์และส่วนประกอบ, เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, หม้อแปลงไฟฟ้า และส่วนประกอบ, ทองแดง และของทำด้วยทองแดง, แผงวงจรไฟฟ้า, เครื่องจักรกล และส่วนประกอบ
* ตลาดส่งออกที่สำคัญ
-ตลาดสำคัญที่ขยายตัว 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 ฮ่องกง อันดับ 2 สหรัฐอเมริกา อันดับ 3 สหภาพยุโรป อันดับ 4 ทวีปออสเตรเลีย และอันดับ 5 แคนาดา
-ตลาดสำคัญที่หดตัว อันดับ 1 สวิตเซอร์แลนด์ อันดับ 2 ตะวันออกกลาง อันดับ 3 สหราชอาณาจักร และอันดับ 4 เอเชียใต้

* ไม่กังวลการนำเข้าสูง ส่วนใหญ่เป็นสินค้าทุน-วัตถุดิบ สะท้อนเร่งผลิตเพื่อส่งออก
นายนันทพงษ์ ระบุว่า การที่มูลค่านำเข้าของไทย ขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่องกันนั้น ไม่ถือเป็นความน่ากังวล เนื่องจากเป็นการนำเข้าสินค้าประเภทวัตถุดิบ และสินค้าทุน เช่น เครื่องจักร เพื่อรองรับการผลิตเพื่อส่งออก ตามกระแสของการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับวัฎจักรอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง ขณะที่อีกส่วนหนึ่งนั้น เป็นการเร่งนำเข้าเพื่อลดความเสี่ยงจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่ปัจจุบันยังมีความไม่แน่นอนอยู่ในขณะนี้
“การนำเข้าที่สูง ก็สะท้อนการส่งออกที่สูงด้วยเช่นกัน เพราะหลักๆ เรานำเข้าสินค้าวัตถุดิบ และสินค้าทุน ประเภทเครื่องมือ เครื่องจักร เพื่อรองรับการผลิตเพื่อส่งออก…อยากให้มองในมุมของ Co production ซึ่งเป็นการนำเข้ามา เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต และการแข่งขันด้านการส่งออก ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็น” ผู้อำนวยการ สนค. กล่าว
* มั่นใจแนวโน้มส่งออกปีนี้โต 2 หลัก
ผู้อำนวยการ สนค. ประเมินว่า การส่งออกไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังมีทิศทางขยายตัวได้ดี เนื่องจากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ และผลสรุปมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่มีต่อไทย ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่คาดว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกในระยะข้างหน้า
นายนันทพงษ์ มั่นใจว่า จากแนวโน้มการส่งออกที่ได้แรงหนุนจากการเติบโตของวัฎจักรอิเล็กทรอนิกส์ และ AI โลก จะช่วยให้มูลค่าการส่งออกของไทยปีนี้ มีโอกาสเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักได้อย่างแน่นอน และมีโอกาสจะขยายตัวได้มากกว่า 12% จากเดิมที่เคยประเมินการส่งออกทั้งปีนี้ไว้ที่ 8-11%
ทั้งนี้ หากการส่งออกทั้งปี เติบโตได้ 12% จะมีมูลค่าการส่งออกรวมที่ 381,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่หากการส่งออกทั้งปี เติบโตได้ 15% จะมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 391,267 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์ จะมีการทบทวนเป้าหมายการส่งออกสำหรับปีนี้ใหม่อีกครั้ง ประมาณเดือน ต.ค.69
“เดิมเราคาดส่งออกปีนี้จะโตได้ 8-11% แต่จากล่าสุด การส่งออกเดือน 7 ก็ยังเห็นวัฎจักรการเติบโตอย่างต่อเนื่องของสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และน่าจะยังโตต่อเนื่องไปถึงปี 70 ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ การส่งออกไทยปีนี้โตได้ 2 digit แน่นอน ส่วนจะเป็นเท่าไรนั้น จะมีการทบทวนเป้าหมายอีกครั้ง ประมาณเดือนต.ค.” นายนันทพงษ์ ระบุ
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในหลายด้าน รวมทั้งเร่งเจรจาเพื่อสรุปผลความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) กับสหรัฐฯให้เร็วที่สุด เพื่อลดความไม่แน่นอนที่อาจกระทบต่อผู้ส่งออก แต่ยังต้องรักษาผลประโยชน์และความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน





