
เมตา แพลตฟอร์มส์ (Meta Platforms) ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียชื่อดังอย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) และอินสตาแกรม (Instagram) บรรลุข้อตกลงมูลค่าสูงสุด 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยุติข้อกล่าวหาว่าแพลตฟอร์มของบริษัททำให้ผู้ใช้งานเกิดการเสพติดโซเชียลมีเดีย ขณะที่รัฐบาลหลายประเทศทั่วโลกเดินหน้าจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาที่เป็นอันตรายสำหรับเด็ก
ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว เมตาจะทยอยจ่ายเงินเป็นเวลา 10 ปี และจำกัดการใช้งานเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมสำหรับวัยรุ่น โดยเมตาปฏิเสธการกระทำผิด แต่ยอมความเพื่อยุติคดี
ข้อตกลงยังกำหนดให้บริษัทปรับเปลี่ยนการให้บริการหลายด้าน รวมถึงกำหนดเวลาการใช้งานแอปเป็นค่าเริ่มต้นไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวันสำหรับผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี
รายงานข่าวระบุว่า ออสเตรเลียเป็นประเทศแรกของโลกที่บังคับใช้กฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดียตั้งแต่เดือนธ.ค.ที่ผ่านมา โดยอนิกา เวลส์ รัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสารของออสเตรเลีย กล่าวว่า บริษัทโซเชียลมีเดียมีเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชน แต่ที่ผ่านมากลับเลือกที่จะไม่ใช้มาตรการเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎหมายในออสเตรเลียยังมีข้อจำกัด โดยผลการศึกษาหลายฉบับพบว่า ระบบตรวจสอบอายุยังมีช่องโหว่ และวัยรุ่นส่วนใหญ่ยังคงเข้าถึงโซเชียลมีเดียได้ แม้กฎหมายมีผลบังคับใช้แล้วหลายเดือน ส่งผลให้ฝ่ายนิติบัญญัติเดินหน้าปรับเพิ่มโทษปรับสูงสุดเป็นเท่าตัว พร้อมขยายอำนาจให้หน่วยงานกำกับดูแล
ขณะเดียวกัน รัฐบาลหลายประเทศเริ่มเดินหน้าควบคุมแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยคริสตอฟ กาวคอฟสกี รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลของโปแลนด์ เปิดเผยว่า ได้ขอให้คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) พิจารณาปรับเมตา 250 ล้านยูโร (ราว 291 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) พร้อมเรียกร้องให้เมตาเร่งจัดการปัญหาการหลอกลวง โฆษณาเท็จ และการโปรโมตแอปพลิเคชันที่ผิดกฎหมาย
ส่วนในเอเชีย จีน เกาหลีใต้ อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ต่างอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กและเยาวชนเช่นกัน
หน่วยงานกำกับดูแลสื่อของเกาหลีใต้ระบุว่า มาตรการของเมตาควรนำไปใช้กับผู้ใช้งานวัยเยาว์ทั่วโลก ไม่ควรจำกัดอยู่เฉพาะบางประเทศ
ขณะที่เฮนรี อากูดา รัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของฟิลิปปินส์ กล่าวว่า หวังว่าข้อตกลงของเมตากับทางการสหรัฐฯ จะช่วยหนุนการหารือกับบริษัท โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพบผู้บริหารเมตาในสิงคโปร์ เพื่อหารือเรื่องการล่วงละเมิดและแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กบนโลกออนไลน์ ตลอดจนเนื้อหาการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก การหลอกลวงทางการเงิน และการล่อลวงเยาวชนผ่านช่องทางออนไลน์
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





