ยอดขาย-ยอดผลิตรถโตโยต้าทั่วโลกหดตัวในเดือนก.ค. อุปสงค์ในจีนชะลอตัว

โตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor Corp.) เปิดเผยในวันนี้ (28 ส.ค.) ว่า ยอดขายและยอดผลิตรถยนต์ทั่วโลกปรับตัวลดลงในเดือนก.ค. เมื่อเทียบกับปีก่อน นับว่าลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน เนื่องจากอุปสงค์ในจีนชะลอตัวลง ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

โตโยต้า ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกเมื่อพิจารณาจากจำนวนรถยนต์ที่จำหน่าย ระบุว่า ในเดือนก.ค. ยอดขายรถยนต์ทั่วโลกลดลง 4.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สู่ระดับ 856,125 คัน ขณะที่ยอดผลิตรถยนต์ทั่วโลกลดลง 2.1% สู่ระดับ 828,629 คัน

บริษัทระบุว่า ยอดขายในต่างประเทศลดลง 7.6% สู่ระดับ 706,028 คัน โดยยอดขายในจีนร่วงลง 24.3% สู่ระดับ 114,747 คัน เนื่องจากตลาดรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งรวมถึงรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์ไฮบริด ยังคงซบเซา

ขณะเดียวกัน ยอดขายในตะวันออกกลางดิ่งหนัก 44.5% สู่ระดับ 27,612 คัน แม้ว่าการส่งออกรถยนต์จากญี่ปุ่นไปยังตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น 3.0% สู่ระดับ 25,394 คัน เนื่องจากปัญหาด้านโลจิสติกส์จากความตึงเครียดในภูมิภาคมีแนวโน้มผ่อนคลายลง

ด้านยอดขายในอเมริกาเหนือขยับขึ้นเล็กน้อย 0.4% แตะที่ 255,408 คัน โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการรถยนต์ไฮบริดที่ยังคงแข็งแกร่ง

ยอดขายในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 11.0% แตะระดับ 150,097 คัน โดยได้แรงหนุนจากยอดขายรถยนต์รุ่นใหม่ที่แข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงรถเอสยูวี RAV4, รถยนต์ไฟฟ้า bZ4X และรถเอสยูวี Land Cruiser FJ

สำหรับยอดผลิตรถยนต์โตโยต้าในต่างประเทศลดลง 9.8% สู่ระดับ 500,472 คัน นับว่าลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยการผลิตในอเมริกาเหนือและยุโรปปรับตัวลดลงเนื่องจากจำนวนวันทำการผลิตที่น้อยลง

ส่วนการผลิตในจีนร่วงหนัก 32.7% สู่ระดับ 91,069 คัน สวนทางกับการผลิตในประเทศญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้น 12.4% แตะที่ 328,157 คัน โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งและการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่

โดย ปรียพรรณ มีสุข/ปนัยดา ปัทมโกวิท