ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบในวันนี้ (31 ส.ค.) หลังจากกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีฐานยิงจรวด 2 แห่งของอิหร่านบนเกาะลารัค ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจทวีความรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ ข่าวดังกล่าวยังส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นในช่วงเช้านี้ด้วย
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 65,668.51จุด ลดลง 737.05 จุด หรือ -1.11%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 25,420.63 จุด ลดลง 164.16 จุด หรือ -0.64%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,926.53 จุด ลดลง 25.65 จุด หรือ -0.65%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 3.5%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.27%
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีฐานยิงจรวด 2 แห่งของอิหร่านบนเกาะลารัค ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ในวันอาทิตย์ (30 ส.ค.) หลังจากกองทัพพบว่ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) กำลังเตรียมการยิงจรวดที่บรรจุทุ่นระเบิดทางน้ำลงสู่ช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นหลังจากกองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีฐานยิงจรวดดังกล่าวของอิหร่าน โดยน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] พุ่งขึ้น 2.1% แตะที่ระดับ 85.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] พุ่งขึ้น 2% แตะที่ 89.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจเอเชียในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งรวมถึงดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการประจำเดือนส.ค.ของจีน, การผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกประจำเดือนก.ค.ของทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข





