ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าปรับตัวลงในวันนี้ (31 ส.ค.) ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่นักลงทุนวิตกว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า ขณะเดียวกันก็ผิดหวังกับข้อมูลเศรษฐกิจจีน
ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ปิดภาคเช้าที่ระดับ 25,402.36 จุด ลดลง 182.43 จุด หรือ -0.71%
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีฐานยิงจรวด 2 แห่งของอิหร่านบนเกาะลารัค ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ในวันอาทิตย์ (30 ส.ค.) หลังพบว่ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) กำลังเตรียมการยิงจรวดที่บรรจุทุ่นระเบิดทางน้ำลงสู่ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้อิหร่านยิงขีปนาวุธข้ามแดนตอบโต้ใส่ฐานทัพสหรัฐฯ 2 แห่งในจอร์แดน
ส่วนในการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งสำคัญครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (28 ส.ค.) ณ การประชุมประจำปีของเฟด เควิน วอร์ช ประธานเฟด ระบุว่า “เราต้องมั่นใจว่าเงินเฟ้อพื้นฐานกำลังเคลื่อนตัวสู่เป้าหมายของเราอย่างชัดเจนและด้วยความเร็วที่เพียงพอ หากไม่เป็นเช่นนั้น เราก็ยังมีงานที่ต้องทำ” ซึ่งการย้ำจุดยืนในการควบคุมเงินเฟ้อเช่นนี้ ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า
ด้านสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานในวันนี้ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตอยู่ที่ระดับ 49.8 ในเดือนส.ค. เพิ่มขึ้นจากระดับ 49.2 ในเดือนก.ค. และดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 49.6 อย่างไรก็ตาม ดัชนีที่อยู่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนอยู่ในภาวะหดตัว และเป็นการหดตัวติดต่อกันเดือนที่สอง
ส่วนดัชนี PMI นอกภาคการผลิต ซึ่งรวมถึงกิจกรรมในภาคการก่อสร้างและการบริการ อยู่ที่ระดับ 49 ในเดือนส.ค. ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับของเดือนก.ค. โดยดัชนีที่อยู่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงภาวะหดตัวเช่นกัน
โดย ปรียพรรณ มีสุข/รัตนา พงศ์ทวิช





