
ข้อมูลจากพิธีเปิดงานมหกรรมอุตสาหกรรมคลังข้อมูลขนาดใหญ่นานาชาติจีน ปี 2569 ณ เมืองกุ้ยหยาง มณฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เมื่อวันศุกร์ (28 ส.ค.) ระบุว่า อุตสาหกรรมข้อมูลของจีนยังคงขยายตัวอย่างรวดเร็วในปี 2568 จนมีขนาดใหญ่ถึง 6.78 ล้านล้านหยวน (ราว 33.39 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 15.7% เมื่อเทียบรายปี
รายงานระบุว่า มูลค่าผลผลิตโดยรวมของผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวกับข้อมูลอย่างซอฟต์แวร์ประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และผลิตภัณฑ์ทรัพยากรข้อมูลอย่างการบริการโทเคน อยู่ที่ 4.99 ล้านล้านหยวน (ราว 24.57 ล้านล้านบาท) คิดเป็น 73.6% ของทั้งหมด และจีนได้สร้างชุดข้อมูลที่มีคุณภาพสูงทั่วประเทศมากกว่า 1.26 แสนชุด เมื่อนับถึงเดือนส.ค. ซึ่งมีปริมาณข้อมูลรวมสูงเกิน 1,815 เพตะไบต์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 89% จากเดือนมี.ค.
ทั้งนี้ มณฑลกุ้ยโจวนับเป็นศูนย์กลางของโครงการ “ข้อมูลตะวันออก ประมวลผลตะวันตก” (East Data, West Computing) ระดับชาติของจีน ซึ่งย้ายความต้องการประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลจากภูมิภาคชายฝั่งตะวันออกที่เศรษฐกิจคึกคักไปยังภูมิภาคตะวันตกที่อุดมด้วยทรัพยากร โดยใช้ประโยชน์จากพลังงานสีเขียวของภูมิภาคตะวันตก เช่น พลังงานลมและพลังงานน้ำ จึงเป็นหมุดหมายสำคัญในด้านเทคโนโลยีสีเขียวและการลดคาร์บอน
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า มณฑลกุ้ยโจวมีศูนย์ข้อมูลสำคัญ 50 แห่ง เมื่อนับถึงปลายเดือนก.ค. 2569 ซึ่งมีกำลังประมวลผลรวม 176.57 เอกซะฟล็อปส์ (EFlops) และเกือบ 98.4% ของกำลังประมวลผลนี้ใช้ในการประมวลผลที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์โดยเฉพาะ
สำหรับอุตสาหกรรมข้อมูลของจีนที่เติบโตอย่างรวดเร็วนั้นเป็นผลจากการดำเนินนโยบายต่าง ๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยจีนกลายเป็นประเทศแรกของโลกที่ยอมรับข้อมูลเป็นปัจจัยการผลิตอย่างเป็นทางการในปี 2562 ตามด้วยการจัดตั้งสำนักข้อมูลแห่งชาติในปี 2566
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





