ภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำสัปดาห์: มีมูลค่าการซื้อขายรวม 384,299 ลบ.

ความเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ไทย

ความเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ไทยสัปดาห์นี้ (24 – 28 ส.ค. 69)สัปดาห์ก่อนหน้า (17 – 21 ส.ค. 69)เปลี่ยนแปลง (%)สะสมตั้งแต่ต้นปี (1 ม.ค. – 28 ส.ค. 69)
มูลค่าการซื้อขาย แบบปกติ – Outright Trading (ล้านบาท)384,298.52451,742.26-14.93%15,561,836.97
มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ล้านบาท)76,859.7090,348.45-14.93%98,492.64
ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Gross Price index)106.81106.86-0.05%
ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (MTM Corp Bond Gross Price Index)108.78108.76+0.02%

เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Yield Curve) –%

ช่วงอายุของตราสารหนี้1 เดือน6 เดือน1 ปี3 ปี5 ปี10 ปี15 ปี30 ปี
สัปดาห์นี้ (28 ส.ค. 69)0.90.960.991.281.622.152.673.19
สัปดาห์ก่อนหน้า (21 ส.ค. 69)0.890.940.981.311.612.142.653.18
เปลี่ยนแปลง (basis point)121-31121

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (24 – 28 สิงหาคม 2569)

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 384,299 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 76,860 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 15% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 53% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 202,195 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (state Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 127,600 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 26,753 ล้านบาท หรือคิดเป็น 33% และ 7% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB27NA (อายุ 1.2 ปี) LB456A (อายุ 18.8 ปี) และ LB365A (อายุ 9.7 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 20,231 ล้านบาท 10,227 ล้านบาท และ 9,422 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รุ่น TLT298B (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 1,510 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รุ่น TLT289A (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 1,297 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท ลีสซิ่งไอซีบีซี (ไทย) จำกัด รุ่น ICBCTL285A (AAA(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 1,220 ล้านบาท

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวผันผวนประมาณ 2-3 bps. ด้านปัจจัยในประเทศ ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 26 ส.ค. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี โดยมองว่าการดำเนินนโยบายการเงินในระดับผ่อนคลาย ควบคู่กับมาตรการการเงินเฉพาะจุด จะมีส่วนช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ด้านปัจจัยต่างประเทศ รายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไปของสหรัฐฯ (Headline PCE) ประจำเดือนก.ค. ปรับตัวขึ้น 3.7% (YoY) สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.6% ขณะที่รายงานตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของสหรัฐฯ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2569 ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 1.5% ไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1

สัปดาห์ที่ผ่านมา (24 – 28 สิงหาคม 2569) กระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลออกตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 377 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (ST) (อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี) 5,687 ล้านบาท และขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (LT) (อายุมากกว่า 1 ปี) 5,560 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ 504 ล้านบาท

หมายเหตุ: อันดับเครดิต หมายถึง อันดับเครดิตของหุ้นกู้เฉพาะรุ่น หรือ อันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้ ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (Corp Bond Gross Price Index) เปลี่ยนเป็น ดัชนีหุ้นกู้เอกชน(MTM Corp Bond Gross Price Index) ตั้งแต่ ม.ค. 2565

ข่าวล่าสุด