
บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ [BGRIM] เดินหน้าจัดทัพหน่วยธุรกิจ รับ PDP2026 มุ่งสู่ Energy Tech Company รับดีมานด์ไฟฟ้าโตทะลัก โดยเฉพาะกลุ่ม Data Center ใน EEC พร้อมชู 4 หน่วยธุรกิจหลักลุยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล-พลังงานสะอาด เร่งรับรู้รายได้ทันทีจากกำลังผลิตไฟฟ้าส่วนเกิน 250 เมกะวัตต์ เดินหน้าดีล AI และ Data Center Ecosystem บนที่ดินพร้อมไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร ควบคู่ศึกษาเทคโนโลยี SMR รองรับความมั่นคงทางพลังงานระยะยาว

นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม BGRIM เปิดเผยว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าระยะยาวของประเทศคาดว่าจะสูงถึงราว 77,374 เมกะวัตต์ ในกรณีสูง (High Case) ภายในปี 2593 โดยเฉพาะโครงการ Data Center ในพื้นที่ EEC ที่คาดว่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าราว 3,000–4,000 เมกะวัตต์ ท่ามกลางร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ (PDP 2026) ที่คาดว่าจะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในกลางเดือนสิงหาคมนี้
เพื่อรองรับโอกาสดังกล่าว BGRIM ได้ transform องค์กรอย่างเป็นระบบ จัดตั้ง 4 หน่วยธุรกิจหลักที่เสริมพลังซึ่งกันและกัน ภายใต้เป้าหมายก้าวจากผู้ผลิตไฟฟ้าชั้นนำ สู่การเป็น Energy Tech Company ที่ครบวงจร:
•บี.กริม บียอนด์บริดจ์ หัวหอกธุรกิจดิจิทัล มุ่งสู่ Digital Infrastructure-as-a-Service (DIaaS) ต่อยอดจาก Smart Micro Grid ความยาวกว่า 216.76 กิโลเมตร ซึ่งยาวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รองรับกลไก Third Party Access (TPA) ที่กำลังจะเกิดขึ้นตาม PDP 2026
•บี.กริม ไอเน็ต ร่วมทุนกับไอเน็ต ยกระดับนิคมอุตสาหกรรมไทยสู่ Smart Industrial Estate เสริมความมั่นคงด้านข้อมูลและ Digital Sovereignty ของประเทศ
•ดิจิทัล เอดจ์ บี.กริม ผู้พัฒนาและดำเนินการ Data Center ระดับ Hyperscale ขนาด 96 เมกะวัตต์ มูลค่า 26,000 ล้านบาท ที่จังหวัดชลบุรี คืบหน้ากว่า 45% เตรียมเปิดดำเนินการบางส่วนปลายปี 2569 พร้อมตั้งเป้าขยายรวมเป็น 300 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573
•พอร์ตพลังงานสะอาดระดับภูมิภาค ภายใต้ยุทธศาสตร์ GreenLeap ตั้งเป้ากำลังผลิตตามสัญญา 10,000 เมกะวัตต์ สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกว่า 50% ภายในปี 2573 ครอบคลุมโครงการทั้งในไทย เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น
นอกเหนือจากการวางรากฐานระยะยาวโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งบริษัทสามารถเร่งรับรู้รายได้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการลงทุนใหม่ ทั้งในช่วงที่เหลือของปี 2569 และต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 โดยบริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่พร้อมเชื่อมต่อและรับรู้รายได้ได้ทันที รวมประมาณ 250 เมกะวัตต์ ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและอ่างทอง นอกจากนี้อยู่ระหว่างการเจรจาขายที่ดินพร้อมระบบไฟฟ้าให้ผู้พัฒนา Data Center ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญและสินทรัพย์ที่มีอยู่เดิมในนิคมอุตสาหกรรม
ขณะที่ โครงการ Nakwol 1 (เกาหลีใต้) โรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งขนาด 365 เมกะวัตต์ ที่บี.กริม เพาเวอร์ ถือหุ้น 49% อยู่ในกลุ่มโครงการที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในปีนี้ หลังบริษัท B.Grimm Power Korea เข้าซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพของ Unison Co., Ltd. สัดส่วนราว 85% (มูลค่า 32,000 ล้านวอน) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการ
ด้าน Data Center ดิจิทัล เอดจ์ บี.กริม โครงการ Hyperscale ขนาด 96 เมกะวัตต์ ที่ชลบุรี คืบหน้ากว่า 45% เตรียมทยอยเปิดดำเนินการบางส่วนภายในปลายปี 2569
สำหรับโครงการ COD อื่นๆ ที่คาดว่าจะทยอยเข้าระบบ ได้แก่ Zhongce Rubber โซลาร์รูฟท็อปในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง ขนาด 35 เมกะวัตต์ และ Huong Hoa 1 พลังงานลมบนฝั่งในเวียดนาม ขนาด 48 เมกะวัตต์ รวมถึงโครงการอื่นอีกรวมกำลังผลิตสูงสุด 30 เมกะวัตต์ โครงการ อินทรี บี.กริม โซล่าร์ เดินหน้ารับรายได้ต่อเนื่อง ขนาด 83.79 เมกะวัตต์ เปิด COD ไปแล้วเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 และยังคงรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง โซลาร์ลอยน้ำ อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี เริ่มรับรู้รายได้แล้ว โดยเปิด COD เฟสแรก 17 เมกะวัตต์ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา
อีกทั้งโซลาร์ฟาร์ม Vista Alegre ที่ฟิลิปปินส์ บริษัท Amatera Renewable Energy Corporation (ARECO) บริษัทย่อยที่ BGRIM ถือหุ้น 100% ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (REPA) ขนาด 50 เมกะวัตต์ จากกำลังการผลิตติดตั้ง 65 เมกะวัตต์ บนเกาะเนกรอส กับ National Transmission Corporation (TransCo) ภายใต้โครงการ Green Energy Auction – 4 (GEA-4) ของกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์
BGRIM ยังเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรจากยุโรปและจีน บนหลักคิด “อธิปไตยทางพลังงาน” (Energy Sovereignty) เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงและความผันผวนของราคาพลังงานโลกในระยะยาว
“สำหรับหลายองค์กร แผนพลังงานชาติฉบับใหม่คือโจทย์ของการปรับตัว แต่สำหรับบี.กริม เพาเวอร์ มันคือคำอธิบายของเส้นทางที่เลือกเดินมาตลอด” นายนพเดช กล่าว





