CHG ดีดตัวขึ้น 4.14% มาที่ 1.51 บาท เพิ่มขึ้น 0.06 บาท มูลค่าซื้อขาย 56.30 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.13 น. จากราคาเปิด 1.47 บาท ราคาสูงสุด 1.52 บาท ราคาต่ำสสุด 1.46 บาท
บล.เอเอสแอล ระบุว่า บมจ.โรงพยาบาลจุฬารัตน์ [CHG] แนวโน้มไตรมาส 3/69 คาดเติบโตทั้ง QoQ และ YoY จากการเข้าสู่ High Season ผู้ป่วยต่างชาติทยอยฟื้นตัว และจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้น (+3% YoY) โดยอัพเดตช่วง เดือน ก.ค.-ส.ค. รายได้เติบโตดีขึ้นเรื่อยๆ MoM เนื่องมาจากกลุ่มรายได้ผู้ป่วยทั่วไป IPD มีแนวโน้มฟื้นตัว โดยเฉพาะคนไข้กลุ่มเด็กที่มาพร้อมกับโรคประจำฤดูการอย่าง RSV และ ไข้หวัดใหญ่ รวมถึงการแพร่ระบาดของโควิด
ด้านผู้ป่วยต่างชาติทยอยฟื้นตัวหลังจากลดลงไปในช่วงที่มีสถานการณ์ไม่สงบในตะวันออกกลาง เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการรักษาโรคทั่วไป (ไม่ซับซ้อน) ขณะที่รายได้โครงการสวัสดิการภาครัฐ ก็ยังมีแนวโน้มเติบโต ผ่าน SSO ที่จำนวนผู้ประกันตนที่สูงขึ้น (สิ้นไตรมาส 2/69 จำนวนผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น 3%YoY)
สำหรับแผนการขยายธุรกิจและโครงการใหม่ 1. อาคาร OPD 5 ชั้น โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 เริ่มเปิดให้บริการแล้ว 2. ขยายเตียง RPC (รวมแพทย์ฉะเชิงเทรา) เพิ่ม 71 เตียง ภายในช่วง 2H26 และ 3. โรงพยาบาล CHG ระยอง ขนาด 200 เตียง คาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2570 ส่งผลให้เรายังคงรายได้ปีนี้ที่ 8,648 ล้านบาท (+3.6%) และกำไรสุทธิ 947 ล้านบาท (+0.4%) ช่วง 1H26 รายได้และกำไร คิดเป็น 47.8% และ 50.3% ของประมาณการ ด้านรายได้แม้ว่าแนวโน้มช่วงที่เหลือคาดจะยังเติบโต แต่ด้านต้นทุนกิจการโรงพยาบาลอาจสูงขึ้นจากเงินเฟ้อทางการแพทย์และค่าเสื่อมที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดโครงการใหม่
ทั้งนี้ประเด็นการเพิ่มอัตราค่าบริการทางการแพทย์ของประกันสังคม ยังต้องรอความชัดเจนในช่วงปลายปี ซึ่งจะมีการทบทวนใหม่ทุกรายการ ทั้ง ค่าเหมาจ่ายรายหัว ค่าบริการผู้ป่วยโรคที่มีความซับซ้อน (AdjRW ≥ 2) และค่าภาระเสี่ยง 26 โรค
(สำหรับการปรับเพิ่มอัตราค่าบริการของสำนักงานประกันสังคมครั้งก่อน คือ 1 พฤษภาคม 2566)
ASL ยังคงแนะนำ “ซื้อ” หุ้น CHG ที่ราคาเหมาะสม 1.78 บาท/หุ้น ด้วยวิธี DCF ที่ WACC 9.57%ทั้งนี้ประมาณการยังไม่รวมผลของการปรับขึ้นอัตราค่าบริการทางการแพทย์ของประกันสังคม ซึ่งหากมีการปรับเพิ่มขึ้นจริงจะถือเป็น Upside ต่อประมาณการกำไรสุทธิและราคาเหมาะสมในอนาคต
โดย เสาวลักษณ์ อวยพร





