IMF เตือนหนี้พุ่ง-บอนด์ยีลด์สูงในประเทศพัฒนาแล้ว เสี่ยงกระทบประเทศกำลังพัฒนา

คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า ระดับหนี้ที่เพิ่มขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นในประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว อาจบั่นทอนความคืบหน้าของประเทศกำลังพัฒนาและประเทศรายได้ต่ำในการลดและควบคุมระดับหนี้ของตนเอง

กอร์เกียวากล่าวในวันอังคาร (1 ก.ย.) นอกรอบการประชุมผู้นำด้านการเงินของกลุ่ม G20 ในรัฐนอร์ทแคโรไลนาว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรกำลังปรับตัวสูงขึ้นจากระดับหนี้ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงมีอยู่จากปัญหาการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงความต้องการเงินทุนที่เพิ่มขึ้นจากการออกตราสารหนี้ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)

พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ถูกเทขายอย่างหนักในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปีปรับตัวขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี

กอร์เกียวากล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้ต่ำ เนื่องจากระดับหนี้ที่สูงในประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว ประกอบกับเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อาจทำให้ต้นทุนการชำระหนี้เพิ่มขึ้นในทุกประเทศ รวมถึงประเทศรายได้ต่ำ ตลาดเกิดใหม่ และประเทศกำลังพัฒนา

ในปี 2565 IMF ประเมินว่า 60% ของประเทศรายได้ต่ำอยู่ในภาวะมีปัญหาด้านการชำระหนี้ หรือมีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม กอร์เกียวากล่าวว่า สถานการณ์ได้ปรับดีขึ้นนับตั้งแต่นั้น จากการดำเนินนโยบายการคลังที่เข้มแข็ง โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันระหว่างประเทศและเจ้าหนี้ภาครัฐ

กอร์เกียวาเตือนว่า ความคืบหน้าดังกล่าวกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง โดยประเทศตลาดเกิดใหม่บางแห่งได้พยายามอย่างมากในการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดและลดส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรลง แต่ความพยายามเหล่านี้อาจไม่ช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมได้มากนัก หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกยังปรับตัวสูงขึ้นตามแรงกดดันจากประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการชำระหนี้ของประเทศตลาดเกิดใหม่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ดี กอร์เกียวากล่าวว่า ตลาดตราสารหนี้ยังคงดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า รัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่ม G20 มีฉันทามติในวงกว้างเกี่ยวกับการปรับปรุงกรอบการดำเนินงานร่วมของ G20 (G20 Common Framework) สำหรับการปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงการเร่งให้ความช่วยเหลือด้านการบรรเทาหนี้แก่ประเทศที่กำลังประสบปัญหาในการชำระหนี้

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์