
สำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนามเปิดเผยในวันนี้ (3 ก.ย.) ว่า ยอดนำเข้าปรับตัวขึ้น 38% สู่ระดับ 5.49 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดส่งออกเพิ่มขึ้น 26% สู่ระดับ 5.48 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ส่งผลให้เวียดนามขาดดุลการค้าลดลงเหลือ 113 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นยอดขาดดุลการค้าระดับต่ำที่สุดตลอดระยะเวลาการขาดดุลติดต่อกัน 9 เดือน
ยอดขาดดุลการค้าที่ลดลงสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลเวียดนามพยายามลดการพึ่งพาการนำเข้าชิ้นส่วนสำหรับภาคการผลิตที่กำลังเติบโต นอกจากนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจช่วยลดความกังวลของรัฐบาล เนื่องจากก่อนหน้านี้การพึ่งพาการนำเข้าปัจจัยด้านการผลิตอย่างมาก โดยเฉพาะจากจีน ได้กลายเป็นประเด็นที่สร้างความกังวล โดยรัฐบาลเปิดเผยเมื่อเดือนที่แล้วว่า ความไม่สมดุลทางการค้าเช่นนี้ได้สร้างแรงกดดันต่อเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามที่ระดับ 10% พร้อมกับเรียกร้องให้ภาคธุรกิจเร่งยกระดับการส่งออกและส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ
สำนักงานสถิติฯ ระบุว่า เวียดนามมียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกรายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม เพิ่มขึ้น 22.7% สู่ระดับ 1.066 แสนล้านดอลลาร์ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าตัวเลขดังกล่าวอาจจุดชนวนความตึงเครียดในการเจรจาการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่สหรัฐฯ กำลังดำเนินการตรวจสอบตามมาตรา 301 ในขณะนี้
นอกจากนี้ สำนักงานสถิติฯ รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้น 4.89% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 4.7% เนื่องจากต้นทุนการขนส่ง การบริการ และการก่อสร้างยังคงอยู่ในระดับสูง อันเป็นผลมาจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข





