เตือนซื้อบ้าน-ทำธุรกิจยุคโลกร้อน แบงก์เริ่มปรับเกณฑ์ปล่อยกู้ ย้ายเงินหนีพื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติ

ผลการศึกษาฉบับใหม่ของมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ (UNSW) ของออสเตรเลียชี้ว่า ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งกำลังปรับเปลี่ยนทิศทางการปล่อยสินเชื่อ โดยโยกย้ายออกจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติก่อนที่ภัยพิบัติจะเกิดขึ้นจริง ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้ธุรกิจขนาดเล็กและระบบเศรษฐกิจในท้องถิ่นเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยากขึ้น

UNSW เปิดเผยแถลงการณ์ในวันนี้ (4 ก.ย.) ว่า การศึกษานี้อ้างอิงข้อมูลจากสหรัฐอเมริกา โดยพบว่าธนาคารที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติสูงกว่าถือครองเงินกองทุนมากกว่าและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปล่อยสินเชื่อ โดยโยกย้ายสินเชื่อออกจากพื้นที่ที่เผชิญความเสี่ยงทางกายภาพจากสภาพภูมิอากาศในระดับเดียวกัน

คริสเติล โรเมโร คอร์เตส รองผู้อำนวยการอาวุโสจากสถาบันความเสี่ยงและตอบสนองต่อสภาพภูมิอากาศแห่ง UNSW ในฐานะผู้ร่วมวิจัย เปิดเผยว่า ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านหรือการเปิดธุรกิจในท้องถิ่น ความสามารถในการผ่อนชำระไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ผู้คนควรถามตัวเองอีกต่อไป แต่ควรพิจารณาด้วยว่าทรัพย์สินของตนจะมีสภาพเป็นอย่างไรในอีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้า โดยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังกลายเป็นปัญหาทางการเงินมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสะท้อนว่าธนาคารกำลังปรับพฤติกรรมเพื่อรับมือความเสี่ยงด้านภัยธรรมชาติตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่พายุ น้ำท่วม หรือไฟจะลุกลามกลายเป็นความสูญเสียทางการเงิน

งานวิจัยพบว่า สำหรับเคาน์ตีที่มีความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศระดับปานกลาง ทุกๆ การเพิ่มขึ้น 1 หน่วยของตัววัดความเสี่ยงด้านภัยธรรมชาติของธนาคาร จะสัมพันธ์กับการอนุมัติสินเชื่อธุรกิจขนาดเล็กลดลงประมาณ 10% และมูลค่าการปล่อยสินเชื่อโดยรวมลดลง 5%

นอกจากนี้ คณะนักวิจัยยังพบว่า เคาน์ตีที่มีความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในวงกว้างมากกว่า มักจะเผชิญกับภัยพิบัติและความเสียหายที่รุนแรงกว่าในเวลาต่อมา โดยการตัดสินใจในลักษณะนี้อาจเป็นเรื่องสมเหตุสมผลสำหรับธนาคาร แต่ในทางกลับกัน อาจทิ้งให้ชุมชนในพื้นที่เสี่ยงต้องเผชิญกับข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่จำเป็นต่อการปรับตัวและการเติบโต

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์