ขุนคลังญี่ปุ่นปัดสหรัฐฯ กดดันนโยบายการเงิน ยันไม่เคยยื่นข้อเรียกร้อง

ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังญี่ปุ่น เปิดเผยว่า สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ไม่ได้ยื่นข้อเรียกร้องเป็นการเฉพาะเจาะจงใด ๆ เกี่ยวกับนโยบายการเงินของญี่ปุ่นในการหารือครั้งล่าสุด แม้ก่อนหน้านี้เบสเซนต์จะออกมาเรียกร้องให้ญี่ปุ่นยุตินโยบาย Reflation (มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเงินเพื่อแก้เงินฝืด) ก็ตาม

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า คาตายามะแถลงต่อสื่อมวลชนในวันนี้ (4 ก.ย.) ว่า ได้อธิบายต่อเบสเซนต์ถึงแนวนโยบายของญี่ปุ่นที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการขยายตัวทางเศรษฐกิจกับการรักษาวินัยทางการคลัง ในการหารือนอกรอบการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางกลุ่ม G20 ที่เมืองแอชวิลล์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา

คาตายามะระบุว่า เป้าหมายของญี่ปุ่นคือการมีทั้งเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและความยั่งยืนทางการคลัง พร้อมกล่าวว่า เบสเซนต์ตอบรับแนวนโยบายดังกล่าวในทางบวก

ก่อนหน้านี้ เบสเซนต์กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ว่า ญี่ปุ่นประสบความสำเร็จจากนโยบายเศรษฐกิจของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ แต่ขณะนี้ควร “ยุติการใช้นโยบาย Reflation”

อย่างไรก็ตาม คาตายามะปฏิเสธข้อสังเกตเรื่องแรงกดดันจากสหรัฐฯ พร้อมยืนยันว่า เบสเซนต์ไม่ได้เรียกร้องเรื่องใดเป็นการเฉพาะเกี่ยวกับนโยบายการเงิน และหน่วยงานด้านการคลังของทั้งสองประเทศมีความเห็นตรงกันว่า ไม่มีการยื่นข้อเรียกร้องดังกล่าว

คาตายามะกล่าวว่า เบสเซนต์ระบุมาโดยตลอดว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เงินเยนอ่อนค่า แต่ย้ำว่า ความเห็นดังกล่าวไม่ถือเป็นคำขออย่างเป็นทางการต่อรัฐบาลญี่ปุ่นหรือธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)

นอกจากนี้ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นยังย้ำว่า BOJ มีความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบาย พร้อมระบุว่า รัฐบาลจะเดินหน้านโยบายการคลังแบบ “เชิงรุกและมีความรับผิดชอบ” ของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ต่อไป

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต