ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าผสมผสานในวันนี้ (17 ก.ย.) โดยบรรยากาศการซื้อขายได้รับปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกว่า การที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะช่วยสกัดการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อได้ในที่สุด ซึ่งจะช่วยบรรเทากระแสการเทขายพันธบัตรทั่วโลก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการเทขายพันธบัตรออกมาอย่างหนัก ซึ่งเป็นสาเหตุให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดเช้าที่ 63,966.87 จุด เพิ่มขึ้น 43.87 จุด หรือ +0.07%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเช้าที่ 24,533.46 จุด ลดลง 180.32 จุด หรือ -0.73%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดเช้าที่ 3,877.46 จุด ลดลง 14.14 จุด หรือ -0.36%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น 0.62%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 0.35%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีชะลอตัวลงสู่ระดับต่ำกว่า 5% โดยอยู่ที่ 4.9917%
ตลาดยังได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง หลังจากมีรายงานว่า ซาอุดีอาระเบียเสนอที่จะจัดส่งน้ำมันดิบเพิ่มเติมผ่านทางโอมาน ซึ่งช่วยให้ตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงันในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ลดลง 3.21% ปิดที่ 102.43 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ลดลง 2.69% ปิดที่ 105.83 ดอลลาร์/บาร์เรลในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กในวันพุธ (16 ก.ย.)
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 12-0 ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเมื่อวันพุธ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2566
ส่วนรายงาน Dot Plot ซึ่งแสดงการคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่เฟด ระบุว่า เจ้าหน้าที่ 16 จากทั้งหมด 18 ราย คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้
แถลงการณ์ของเฟดระบุว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง โดยการดำเนินนโยบายในการประชุมครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนให้เงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% ของคณะกรรมการได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกัน คณะกรรมการจะยังคงรักษาเสถียรภาพด้านราคา
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช





