
ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 33.12 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากเย็นวานนี้ที่ปิดตลาดที่ระดับ 33.21 บาท/ดอลลาร์
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้แข็งค่า ตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ร่วงลงต่อเนื่อง เนื่องจากตลาดมีความหวังเรื่องการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอีกครั้ง ประกอบกับซาอุดีอาระเบียอาจกลับมาเปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ได้ในสัปดาห์นี้ ขณะที่สกุลเงินในภูมิภาคเคลื่อนไหวแบบผสม มีทั้งแข็งค่าและอ่อนค่า
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามวันนี้ คือดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) โดยในภาพใหญ่ตลาดรอดูสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นหลัก
นักบริหารเงิน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 33.05-33.20 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ
– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 157.59 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 157.16 เยน/ดอลลาร์
– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1440 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1460 ดอลลาร์/ยูโร
– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.256 บาท/ดอลลาร์
– นายกฯ นำทีมไทยแลนด์ FETCO-ตลท. บุกฐาน Google สาขา Pier 57 หารือผู้บริหาร พร้อมถก Brookfield ยักษ์บริหารสินทรัพย์ทางเลือกระดับโลก หวังดึงเม็ดเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-พลังงานหมุนเวียนเข้าไทย ชี้ปีทองตลาดทุนไทยส่งผ่านสภาพคล่องสู่การลงทุนในอุตสาหกรรมจริง ดัชนี SET พุ่ง 30% ชนะตลาดโลก เผยกำไร บจ.โตแกร่งลากยาวปี 70 เชื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ พร้อมหารือกลุ่มนักลงทุนสถาบันสหรัฐฯ กว่า 30 ราย
– TISCO ESU แบงก์ทิสโก้ (TISCO) ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 69 จาก 1.8% เป็น 2.1% และมีโอกาสแตะ 2.3% ได้ หลังส่งออก-ลงทุนเอกชนฟื้นตัว ขณะที่ท่องเที่ยวหนุนช่วงไตรมาส 4/69 แต่จับตาบริโภคชะลอพลังงานสูง และเงินบาทมีโอกาสอ่อนแตะ 34.50 บาทต่อดอลลาร์ มองปี 70 GDP ชะลอเหลือ 2.0% จากแรงกดดันค่าครองชีพ และข้อจำกัดด้านการคลัง
– แบงก์ไทยพาณิชย์ (SCB) มองระยะสั้นทองคำยังถูกกดดันจาก Bond Yield สหรัฐฯ พุ่งและความเสี่ยง Fed ขึ้นดอกเบี้ย แต่คาดช่วงปลายปี 69 ถึงต้นปี 70 มีโอกาสกลับมาเป็นขาขึ้น โดยประเมินทองคำตลาดโลกปลายปีที่ 4,900-5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ฮั่วเซ่งเฮงมองเป้าหมายใกล้เคียงกัน พร้อมชี้ระดับ 4,200 ดอลลาร์เป็นจุดน่าสนใจสำหรับทยอยสะสมระยะยาว
– “สี จิ้นผิง” เยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการ 23-25 ก.ย. 69 กระทรวงการต่างประเทศจีนเผย ผู้นำจีนเตรียมแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกกับโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐถึงความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ สันติภาพโลก และการพัฒนา
– สหรัฐฯ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก ได้ลงนามในข้อตกลงที่นครนิวยอร์กเมื่อวานนี้ (22 ก.ย.) เพื่อขยายกำลังทหารของสหรัฐฯ บนเกาะที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์แห่งนี้
– เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและส่งสัญญาณสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ และประธานเฟด สาขาชิคาโก ได้ส่งสัญญาณถึงความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่เกิดจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น
– เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 53% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค. และให้น้ำหนักมากถึง 90% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.
– ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (22 ก.ย.) หลังจากเจ้าหน้าที่หลายรายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ออกมาสนับสนุนการดำเนินนโยบายคุมเข้มทางการเงินเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้
– สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (22 ก.ย.) ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันวันที่สอง เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้ ขณะเดียวกันก็จับตาสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
– ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐวันนี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นเดือนก.ย.จาก S&P Global และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA)
– นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างปธน.ทรัมป์และปธน.สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในวันพฤหัสบดีนี้ (24 ก.ย.) โดยคาดว่าการประชุมจะมุ่งเน้นไปที่การกำกับดูแล AI ความขัดแย้งในอิหร่าน และการขยายระยะเวลาการพักรบทางการค้าของทั้งสองประเทศ ก่อนที่ข้อตกลงดังกล่าวจะหมดอายุลงในเดือนพ.ย.
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน





