ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันพุธ (23 ก.ย.) หลังราคาน้ำมันฟื้นตัวทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีสัญญาณยุติ
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 639.92 จุด ลดลง 2.86 จุด หรือ -0.44%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,123.41 จุด ลดลง 31.50 จุด หรือ -0.39%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,410.63 จุด ลดลง 168.22 จุด หรือ -0.66%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,705.26 จุด ลดลง 3.07 จุด หรือ -0.03%
ดัชนี STOXX 600 ของยุโรปพลิกกลับมาปิดลบหลังจากปรับตัวขึ้นในช่วงต้นตลาด ขณะที่ตลาดหุ้นหลักส่วนใหญ่ในภูมิภาคก็ปรับตัวลงเช่นกัน
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นกว่า 1% ทะลุระดับสำคัญที่ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล แม้ราคายังคงอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ หลังจากปรับตัวลงติดต่อกัน 5 วันทำการ
นักลงทุนประเมินถ้อยแถลงที่ขัดแย้งกันระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) โดยมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านจะไม่มีวันยอมจำนนต่อสหรัฐฯ หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพิ่งใช้เวทีเดียวกันข่มขู่ว่าจะทำลายล้างอิหร่านเมื่อวันก่อน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรวัดอ้างอิงของยูโรโซน ล่าสุดอยู่ที่ 3.550% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นแตะ 5.085% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตลาดมีความหวังอย่างชัดเจนว่าจะเกิดการเจรจาที่ช่วยเร่งให้ความขัดแย้งยุติลงได้ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีความคืบหน้ามากนัก
เขากล่าวเสริมว่า ตลาดปรับตัวขึ้นมาอย่างมากในช่วงเวลาสั้น ๆ จึงมีโอกาสที่นักลงทุนจะขายทำกำไรออกมาบ้าง
หุ้นเกือบทุกกลุ่มในดัชนี STOXX 600 ปรับตัวลง ยกเว้นหุ้นกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวขึ้น 1.3%
หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ปรับตัวลง 0.4% ขณะที่หุ้นกลุ่มประกันภัยและกลุ่มก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 1.7% และ 1.3% ตามลำดับ
การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งขึ้นอย่างมากเมื่อต้นสัปดาห์นี้ โดยดัชนี STOXX 600 ยังคงปรับตัวขึ้น 0.8% ในสัปดาห์นี้ หลังจากลดลงติดต่อกัน 3 สัปดาห์ก่อนหน้า ท่ามกลางราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของ S&P Global แสดงให้เห็นว่า กิจกรรมทางธุรกิจในยูโรโซนเร่งตัวขึ้นในเดือนนี้ในอัตราสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี สวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะชะลอตัวลง
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการประชุมระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางความสัมพันธ์ทางการค้าและแนวโน้มเศรษฐกิจโลก
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





