ญี่ปุ่นจับตาซัมมิตทรัมป์-สี หวั่นประเด็นไต้หวันกระทบความมั่นคง

มิโนรุ คิฮาระ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยในวันนี้ (24 ก.ย.) ว่า ญี่ปุ่นจะติดตามการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่จะมีขึ้นในสหรัฐฯ “อย่างใกล้ชิด”

คิฮาระกล่าวในการแถลงข่าวที่กรุงโตเกียว หลังจากซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น หารือกับทรัมป์ที่นครนิวยอร์กเมื่อวันอังคาร (22 ก.ย.) นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับจีน รวมถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ 

“สำหรับญี่ปุ่น สิ่งสำคัญคือความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนต้องมีส่วนช่วยสร้างเสถียรภาพให้แก่ประชาคมระหว่างประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น” คิฮาระกล่าว

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่น กับจีน มีความตึงเครียดมากขึ้นนับตั้งแต่ทาคาอิจิกล่าวในรัฐสภาเมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้วว่า หากจีนโจมตีไต้หวัน กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นอาจต้องร่วมตอบโต้ด้วย 

นับแต่นั้น จีนได้ใช้มาตรการตอบโต้ทางการเมืองและเศรษฐกิจต่อญี่ปุ่นหลายประการ รวมถึงการจำกัดการส่งออกแร่หายาก ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับการผลิตสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงหลายประเภท

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (22 ก.ค.) ทาคาอิจิและทรัมป์ได้มีการหารือกันเป็นเวลาประมาณ 35 นาที ซึ่งจัดขึ้นนอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) โดยในระหว่างการหารือกันครั้งนีน้ ทาคาอิจิและทรัมป์เห็นพ้องที่จะประสานงานอย่างใกล้ชิดในประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับจีน ซึ่งรวมถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งเห็นพ้องที่จะยกระดับขีดความสามารถในการป้องปรามและการรับมือของพันธมิตรญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

การพบกันระหว่างทาคาอิจิกับทรัมป์ก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีน ถูกมองว่า มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้สหรัฐฯ หันไปใช้ท่าทีประนีประนอมกับจีน ในขณะที่ทรัมป์เองก็อาจต้องการแสวงหาผลลัพธ์เชิงบวกจากการประชุมดังกล่าว ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพ.ย.

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังกังวลว่าหากสหรัฐฯ ยอมอ่อนข้อให้กับจีนในประเด็นไต้หวัน ก็อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติของญี่ปุ่นด้วย

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/รัตนา พงศ์ทวิช