
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันความพร้อมในการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ ถึงขั้น “สงครามวันสิ้นโลก” แต่ยังคงเปิดช่องทางการทูตเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการสร้างสันติภาพ ท่ามกลางสภาวะสงครามระหว่างสองประเทศที่เกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ มาตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลก ราคาน้ำมันเบนซินพุ่งสูง และเงินเฟ้อรุนแรงขึ้น
อารักชีเปิดเผยในการให้สัมภาษณ์ในรายการ Meet the Press ของ NBC News ในวันอาทิตย์ (27 ก.ย.) หลังเสร็จสิ้นการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่า
“สำหรับฝั่งเรา มันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เราจะต้องกลับไปสู่การทูต แต่ผมยังคงพยายามใช้การทูตอยู่ เพราะผมคิดว่าเราไม่ควรพลาดโอกาสในการสร้างสันติภาพ”
“เราพร้อมที่จะเจรจามากพอ ๆ กับที่เราพร้อมรับมือกับทุกความท้าทาย … เรายืนหยัดอย่างมั่นคงต่อความก้าวร้าวทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นกับเรา แม้ว่ามันจะนำไปสู่สงครามวันสิ้นโลกก็ตาม”
ก่อนหน้านี้เมื่อวันศุกร์ (25 ก.ย.) อารักชีได้เสนอให้เปิดเส้นทางขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และรื้อฟื้นการเจรจานิวเคลียร์กับสหรัฐฯ ภายใน 7 วัน หากรัฐบาลทรัมป์ยอมรับเงื่อนไขของอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็ว ๆ นี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่าน ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยอิหร่านขัดขวางการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวอย่างหนักระหว่างที่ความขัดแย้งปะทุขึ้น ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติออกจากอ่าวเปอร์เซียเป็นไปอย่างจำกัด
นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล (WSJ) ยังรายงานอีกว่า นอกเหนือจากการปฏิเสธข้อตกลงแล้ว ปธน.ทรัมป์กล่าวว่าเขาคาดว่าจะกลับมาทิ้งระเบิดกรุงเตหะราน หลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพ.ย. ด้วย
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





