
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ในรายการ Sunday Morning Futures ของสำนักข่าว Fox News เมื่อวันอาทิตย์ (27 ก.ย.) ว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ควรมีใจที่เปิดกว้างในเรื่องอัตราดอกเบี้ย โดยเขาเชื่อว่าผลิตภาพทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการผ่อนคลายกฎระเบียบนั้น จะช่วยควบคุมอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้
ในการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ เบสเซนต์ได้แสดงความคิดเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเขาระบุว่าเศรษฐกิจกำลังเติบโตอย่างมากภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปรับลดภาษีและการผ่อนคลายกฎระเบียบ แม้ว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากความขัดแย้งกับอิหร่านจะส่งผลกระทบต่อชาวอเมริกันก่อนที่การเลือกตั้งกลางเทอมจะมีขึ้นในเดือนพ.ย.ก็ตาม
เบสเซนต์ยังกล่าวด้วยว่า เควิน วอร์ช ประธานเฟด ตระหนักดีว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเติบโตในลักษณะเดียวกัน หรืออาจจะแข็งแกร่งกว่าในช่วงที่อลัน กรีนสแปน ดำรงตำแหน่งประธานเฟดในช่วงทศวรรษ 1990 ซึ่งในยุคนั้นกรีนสแปนปล่อยให้เศรษฐกิจดำเนินไปอย่างเสรี ทั้งนี้ เบสเซนต์กล่าวว่า คณะกรรมการเฟดควรเปิดใจให้กว้าง เพราะนี่คือผลลัพธ์จากการผ่อนคลายกฎระเบียบ
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.2% และปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
หลังมีการเปิดเผยข้อมูล CPI เพียงไม่กี่วัน เฟดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเมื่อวันที่ 16 ก.ย. ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566
อย่างไรก็ตาม เบสเซนต์แย้งว่า เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ในระดับที่ไม่ร้อนแรง และความจริงแล้วได้ปรับตัวลดลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





