ราคาทองแดงร่วง หลังกำไรภาคอุตสาหกรรมจีนชะลอตัวฉุดแนวโน้มดีมานด์

ราคาทองแดงและโลหะพื้นฐานอื่น ๆ ปรับตัวลดลงก่อนเข้าสู่ช่วงสัปดาห์วันหยุดยาวในจีน หลังตัวเลขกำไรภาคอุตสาหกรรมของจีนขยายตัวชะลอตัวลง ส่งผลให้นักลงทุนมีความวิตกกังวลมากขึ้นต่อแนวโน้มอุปสงค์ของประเทศในอนาคต

สัญญาทองแดงในตลาดโลหะลอนดอน (LME) ปรับตัวลดลง 1% สู่ระดับ 14,478 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ณ เวลา 11.01 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ขณะที่ราคาสังกะสีปรับตัวลง 0.9% และราคาอะลูมิเนียมลดลง 0.7%

ราคาทองแดงปรับตัวสูงขึ้นในปีนี้ หลังกระแสคาดการณ์ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งนำโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเริ่มจัดเก็บภาษีศุลกากรกับโลหะบริสุทธิ์ ได้กระตุ้นให้ยอดการนำเข้าของสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น จนส่งผลให้เกิดภาวะอุปทานตึงตัวในตลาดอื่น ๆ

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเปิดเผยในวันนี้ (28 ก.ย.) ว่า กำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมจีนปรับตัวขึ้นเพียง 4.2% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. ปีที่แล้ว และชะลอตัวลงจากเดือนก.ค. ที่เพิ่มขึ้น 11.2%

แม้สัญญาณอุปทานที่ตึงตัวในตลาดจีนจะช่วยพยุงให้ราคาทองแดงยังคงเคลื่อนไหวอยู่ไม่ห่างจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่บรรดาเทรดเดอร์กำลังเฝ้าติดตามปัจจัยขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจมหภาคอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยอดการบริโภคและการลงทุนปรับตัวลดลง ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจยังคงซบเซา และรัฐบาลจีนยังคงเข้มงวดในการควบคุมการใช้จ่ายทางการคลัง

ขณะเดียวกันในสหรัฐฯ นักลงทุนส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนต.ค. ซึ่งตามปกติแล้วจะเป็นปัจจัยกดดันอุปสงค์สินค้าโภคภัณฑ์ในภาคอุตสาหกรรม

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต