
ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน เปิดเผยว่า ไต้หวันจำเป็นต้องกระชับความร่วมมือกับประเทศประชาธิปไตยในการพัฒนาเทคโนโลยีโดรน ซึ่งมีความสำคัญต่อการทำสงครามยุคใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันทางทหารจากจีนที่เพิ่มขึ้น
ไล่กล่าวระหว่างพิธีวางศิลาฤกษ์ศูนย์พัฒนาโดรนแห่งใหม่ในเมืองเจียอี้ ทางตอนใต้ของไต้หวัน วันนี้ (28 ก.ย.) ว่า ศูนย์แห่งนี้ยิ่งมีความสำคัญ ท่ามกลางสถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเขาระบุว่า ตั้งแต่สนามรบในยูเครนไปจนถึงความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดรนกลายเป็นกำลังรบสำคัญของการป้องกันประเทศในยุคใหม่
นอกจากนี้ ไล่ยังเรียกร้องให้ไต้หวันร่วมมือกับประเทศประชาธิปไตยในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานโดรนที่มีความมั่นคงและยืดหยุ่น เพื่อสนับสนุนสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
รายงานระบุว่า รัฐบาลไต้หวันเดินหน้าปรับปรุงกองทัพและเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเป็นหนึ่งในนโยบายหลัก หลังจีนเพิ่มแรงกดดันทางทหารต่อไต้หวัน โดยจีนยังคงอ้างว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่ง ขณะที่รัฐบาลไต้หวันปฏิเสธข้ออ้างดังกล่าว และยืนยันว่าอนาคตของไต้หวันต้องตัดสินโดยประชาชนไต้หวัน
เมื่อต้นเดือนนี้ คณะรัฐมนตรีไต้หวันเสนอเพิ่มงบประมาณกลาโหมปีนี้อีก 1.457 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 4.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยงบดังกล่าวครอบคลุมการจัดหาโดรนและระบบสกัดขีปนาวุธ ซึ่งรวมถึงโดรนตรวจการณ์และลาดตระเวนชายฝั่งมากกว่า 600 ลำ โดรนโจมตีชายฝั่งมากกว่า 40,000 ลำ และเรือไร้คนขับติดวัตถุระเบิดกว่า 100 ลำ
ทั้งนี้ ไล่ระบุว่า ไต้หวันมีจุดแข็งด้านเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงฐานการผลิตที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมโดรนได้
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/ปนัยดา ปัทมโกวิท





