ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 เดือนในวันนี้ (28 ส.ค.) หลังจากผลการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ไม่มีความคืบหน้าในประเด็นสำคัญ
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ 3,823.62 จุด ลดลง 64.75 จุด หรือ -1.67%
แม้ว่าปธน.สีและปธน.ทรัมป์ได้บรรลุข้อตกลงในการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกันมูลค่าราว 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และขยายระยะเวลาการพักรบทางการค้าไปจนถึงเดือนม.ค.ปีหน้า แต่การประชุมสุดยอดดังกล่าวกลับไม่มีความคืบหน้าในประเด็นสำคัญ ซึ่งรวมถึงความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความขัดแย้งในอิหร่าน และประเด็นไต้หวัน
นอกจากนี้ บรรยากาศการซื้อขายยังถูกกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังมีรายงานว่าทางการจีนอาจอนุมัติให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในประเทศอย่างไบต์แดนซ์ (ByteDance) และอาลีบาบา (Alibaba) สั่งซื้อชิปประสิทธิภาพสูงจากอินวิเดีย (Nvidia) ได้ ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงมีมาตรการควบคุมการส่งออกชิปไปยังจีน
หุ้นที่ปรับตัวลงอย่างหนักในวันนี้รวมถึง หุ้น Cambricon Technologies ดิ่งลง 6.55%, หุ้น GigaDevice Semiconductor ดิ่งลง 6.58%, หุ้น Zhongji Innolight ร่วงลง 4.35% และหุ้น Eoptolink Technology ร่วงลง 4.53%
ทางการจีนยังเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอในวันนี้ด้วยเช่นกัน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยว่า กำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมจีนปรับตัวขึ้นเพียง 4.2% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว และชะลอตัวลงจากเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 11.2%
ทั้งนี้ กำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมจีนชะลอตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 นับจากเดือนเม.ย.ที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งถึง 24.7% เนื่องจากผู้ผลิตของจีนยังคงเผชิญกับอุปสงค์ของผู้บริโภคที่ซบเซาลงเป็นเวลานาน รวมถึงต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนในช่วง 8 เดือนแรกของปี (ม.ค.-ส.ค.) กำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมจีนปรับตัวขึ้น 15.7% ชะลอตัวลงจากระดับ 17.6% ในช่วง 7 เดือนแรกของปี (ม.ค.-ก.ค.)
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข





