ภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำสัปดาห์: มีมูลค่าการซื้อขายรวม 405,354 ลบ.

ความเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ไทย

ความเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ไทยสัปดาห์นี้ (21 – 25 ก.ย. 69)สัปดาห์ก่อนหน้า (14 – 18 ก.ย. 69)เปลี่ยนแปลง (%)สะสมตั้งแต่ต้นปี (1 ม.ค. – 25 ก.ย. 69)
มูลค่าการซื้อขาย แบบปกติ – Outright Trading (ล้านบาท)405,354.19490,419.02–17.35%17,321,238.66
มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ล้านบาท)81,070.8498,083.80–17.35%97,310.33
ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Gross Price index)105.40105.64–0.23%–
ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (MTM Corp Bond Gross Price Index)108.26108.38–0.11%–

เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Yield Curve) –%

ช่วงอายุของตราสารหนี้1 เดือน6 เดือน1 ปี3 ปี5 ปี10 ปี15 ปี30 ปี
สัปดาห์นี้ (25 ก.ย. 69)0.95111.471.782.352.793.35
สัปดาห์ก่อนหน้า (18 ก.ย. 69)0.940.9911.421.732.32.773.32
เปลี่ยนแปลง (basis point)11055523

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (21 – 25 กันยายน 2569)

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 405,354 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 81,071 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 17% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 51% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 207,852 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (state Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 148,511 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 22,578 ล้านบาท หรือคิดเป็น 37% และ 6% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB313A (อายุ 4.5 ปี) LB273A (อายุ 0.5 ปี) และ LB294A (อายุ 2.6 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 21,999 ล้านบาท 12,553 ล้านบาท และ 8,883 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท ยูโอบี แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด รุ่น UOBCAP279A (AAA(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 1,978 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) รุ่น SIRI27DA (Non-Rated) มูลค่าการซื้อขาย 1,940 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) รุ่น GULF272A (AA-) มูลค่าการซื้อขาย 1,138 ล้านบาท

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 3-5 bps. ในทิศทางเดียวกับ US-Treasury หลังจากเอสแอนด์พี โกลบอล รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 58.4 ในเดือนก.ย. จากระดับ 56.0 ในเดือนส.ค. ประกอบกับนางแอนนา พอลสัน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย กล่าวว่า เฟดอาจจำเป็นต้องเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% ด้านธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) คาดการณ์เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกจะขยายตัว 5.0% ในปีนี้ เพิ่มขึ้น 0.1% จากคาดการณ์เดิมเมื่อเดือนก.ค. และคาดว่าเงินเฟ้อในปีนี้จะอยู่ที่ 4.2% เนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่งและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาค

สัปดาห์ที่ผ่านมา (21 – 25 กันยายน 2569) กระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 495 ล้านบาท โดยเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (ST) (อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี) 1,388 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (LT) (อายุมากกว่า 1 ปี) 1,886 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ 3 ล้านบาท

หมายเหตุ: อันดับเครดิต หมายถึง อันดับเครดิตของหุ้นกู้เฉพาะรุ่น หรือ อันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้ ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (Corp Bond Gross Price Index) เปลี่ยนเป็น ดัชนีหุ้นกู้เอกชน(MTM Corp Bond Gross Price Index) ตั้งแต่ ม.ค. 2565