นักวิเคราะห์ฯ คาดหุ้นไทยเช้านี้มีแนวโน้มซึมตัวลง จากแรงกดดันปัจจัยภายนอกหลังบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ทยอยปรับขึ้นต่อเนื่องพุ่งแตะ 5.24% และความกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยต่อ ขณะที่ปัจจัยในประเทศภาพรวมยังขาดปัจจัยใหม่หนุน อย่างไรก็ตามแม้สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายแต่คาดกระทบเศรษฐกิจระยะสั้น ประเมินกรอบแนวรับ 1,590 จุด และแนวต้าน 1,610 จุด
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา, IAA ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้ [SET.X] คาดแกว่งซึมตัวลงต่อเนื่องโดยได้รับแรงกดดันหลักจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) อายุ 10 ปี ทยอยปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ราว 5.24% ประกอบกับ ราคาน้ำมันดิบยังผันผวนปรับตัวขึ้นไปก่อนจะย่อตัวลงมา
นอกจากนี้ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสาขาต่างๆ ยังส่งสัญญาณในทิศทางเดียวกันถึงความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อ และมีโอกาสขยับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อ ประเด็นดังกล่าวกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมทั้งทองคำ มีเพียงดอลลาร์สหรัฐฯ (Dollar Index) ยังคงแข็งค่า
สำหรับภายในประเทศ ภาพรวมยังขาดปัจจัยบวกใหม่เข้ามาหนุน แม้สถานการณ์น้ำท่วมจะเริ่มคลี่คลาย แต่คาดว่าอาจกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะสั้น ส่วนกรณีปัญหาที่สนามบินสุวรรณภูมิจากการที่บุคลากรเดินทางไปทำงานลำบากทำให้เกิดการตกค้างของผู้โดยสารและสัมภาระจำนวนมากนั้น ประเมินว่าจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อ Sentiment ในหุ้นกลุ่มการบิน เช่น THAI และ AOT เพียงช่วงสั้นเท่านั้น เพราะเชื่อว่าสถานการณ์น่าจะคลี่คลายได้ภายในไม่กี่วัน
ประเมินกรอบแนวรับ 1,590 จุด และแนวต้าน 1,610 จุด
โดย วรินทร ศิรินอก





