
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงในว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตรียมประกาศแผนการลงทุนจากเกาหลีใต้ในสหรัฐฯ มูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ โดยมีคำมั่นลงทุน 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์สำหรับโครงการก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในรัฐอะแลสกา ซึ่งล่าช้ามานาน เป็นส่วนสำคัญของแผน
การประกาศที่ทำเนียบขาวครั้งนี้จะเป็นการจัดสรรเงินทุนระยะแรกภายใต้ข้อตกลงการค้าทวิภาคีที่สหรัฐฯ และเกาหลีใต้จัดทำขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งกำหนดให้เกาหลีใต้ลงทุนในสหรัฐฯ รวม 3.5 แสนล้านดอลลาร์
โครงการ Alaska LNG ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทเอกชน Glenfarne Group จะเป็นผู้รับประโยชน์หลักจากคำมั่นลงทุนดังกล่าว โดยโครงการมีเป้าหมายขนส่งก๊าซธรรมชาติผ่านท่อส่งระยะทาง 800 ไมล์ จากพื้นที่ North Slope ทางตอนเหนือของรัฐอะแลสกาไปยังชายฝั่งทางตอนใต้ของรัฐ เพื่อส่งออกไปยังตลาดเอเชีย
เงินทุนก้อนนี้จะช่วยบรรเทาอุปสรรคด้านต้นทุนเชิงโครงสร้างที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งทำให้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ดังกล่าวล่าช้ามานานหลายทศวรรษ
การลงทุนของเกาหลีใต้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดก๊าซธรรมชาติโลกกำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างครั้งใหญ่ หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อปริมาณก๊าซจากผู้ส่งออกรายใหญ่อย่างกาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทำให้ผู้นำเข้าก๊าซในเอเชียต้องพึ่งพาตลาดจรหรือตลาดสปอต (spot) ซึ่งมีความผันผวนมากขึ้น
การนำเสนอแผนลงทุนในห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาวสะท้อนความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่จะแสดงความคืบหน้าในการนำเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามา ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย. โดย แดน ซัลลิแวน วุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกัน รัฐอะแลสกา ซึ่งสนับสนุนโครงการส่งออกพลังงานดังกล่าวและกำลังลงสมัครเพื่อรักษาที่นั่งในวุฒิสภา มีกำหนดเข้าร่วมการประกาศข้อตกลง พร้อมด้วยดั๊ก เบอร์กัม รัฐมนตรีมหาดไทย และโฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์
นอกจากโครงการ Alaska LNG แล้ว เงินลงทุนจากเกาหลีใต้คาดว่าจะครอบคลุมโครงการพลังงานอื่น ๆ ในสหรัฐฯ รวมถึงโครงการพลังงานนิวเคลียร์ อย่างไรก็ตาม โครงการท่อส่งก๊าซจะต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์
ข้อตกลงดังกล่าวสะท้อนถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นของประเทศในเอเชียตะวันออกในการทำสัญญาจัดหาพลังงานระยะยาว เพื่อให้มีแหล่งพลังงานที่มั่นคงและมีเสถียรภาพจากประเทศตะวันตก
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





