PMI ภาคการผลิตญี่ปุ่นชะลอตัวแตะระดับต่ำสุดรอบ 6 เดือนในก.ย.

ผลสำรวจของเอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) ที่เปิดเผยในวันนี้ (1 ต.ค.) ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของญี่ปุ่น ปรับตัวลงสู่ระดับ 54.1 ในเดือนก.ย. จากระดับ 54.9 ในเดือนส.ค. ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขประมาณการขั้นต้น และสะท้อนว่าภาคการผลิตขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงที่สุดในรอบ 6 เดือน เนื่องจากการเติบโตของผลผลิตและคำสั่งซื้อใหม่ชะลอตัวลง

ทั้งนี้ แม้ดัชนีจะชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้า แต่ยังคงบ่งชี้ถึงการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกัน โดยดัชนี PMI ที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจอยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะหดตัว

รายงานระบุว่า แม้ผลผลิตภาคโรงงานจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แต่อัตราการเติบโตชะลอลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน เช่นเดียวกับยอดคำสั่งซื้อใหม่โดยรวมที่ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปีในเดือนส.ค.

ด้านอุปสงค์จากต่างประเทศยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยยอดคำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกใหม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกัน และมีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดเป็นอันดับสองนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2561 โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งทั่วทั้งกลุ่มประเทศเศรษฐกิจในเอเชีย รวมถึงยอดขายที่ปรับตัวดีขึ้นในสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน การจ้างงานปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 ติดต่อกัน โดยอัตราการเติบโตยังคงใกล้เคียงกับระดับสูงสุดล่าสุดในเดือนส.ค. ซึ่งถือเป็นการขยายตัวที่เร็วที่สุดเป็นอันดับสองนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2561

ทั้งนี้ การเพิ่มจำนวนบุคลากรประกอบกับยอดขายที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้การเติบโตของปริมาณงานค้างสะสมชะลอตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน

แรงกดดันด้านต้นทุนยังคงอยู่ในระดับสูงแม้จะเริ่มผ่อนคลายลงบ้าง โดยอัตราเงินเฟ้อของราคาปัจจัยการผลิตชะลอตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ขณะที่ภาคธุรกิจยังคงปรับขึ้นราคาขายสินค้าในอัตราที่รวดเร็วที่สุดระดับหนึ่งนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565

สำหรับแนวโน้มในอนาคต ผู้ผลิตยังคงมีมุมมองเชิงบวกว่าผลผลิตจะเพิ่มขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า โดยความเชื่อมั่นทางธุรกิจเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยจากเดือนส.ค. และยังคงอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว

ทั้งนี้ บริษัทต่าง ๆ ระบุถึงแรงหนุนจากอุปสงค์ที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างไรก็ดี ผลสำรวจได้ระบุถึงความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน การขาดแคลนชิ้นส่วน และต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช