
บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) ผู้ผลิตรถยนต์หรูจากเยอรมนี เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจ หลังเผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ซบเซา การแข่งขันจากค่ายรถจีน และมาตรการภาษีของสหรัฐฯ โดยเตรียมใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ลดขั้นตอนการทำงาน ควบคู่กับการลดตำแหน่งผู้บริหาร และการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ เพื่อฟื้นผลประกอบการและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
บริษัทตั้งเป้าเพิ่มอัตรากำไรจากธุรกิจรถยนต์ ซึ่งอยู่ที่ 2.3% ในผลประกอบการล่าสุด เป็น 3-5% ภายในปี 2571 และตั้งเป้ากลับมาอยู่ที่ 8-10% ในช่วงต้นทศวรรษ 2030 (ราวปีพ.ศ. 2573-2576)
ภายใต้แผนปรับโครงสร้าง BMW จะลดจำนวนหน่วยงานและตำแหน่งผู้บริหารที่เกี่ยวข้องลง 20% ภายในกลางปี 2570 ขณะที่โครงการลดจำนวนพนักงานคาดว่าจะกระทบตำแหน่งงานในเยอรมนีราว 8,000 ตำแหน่ง โดยบริษัทจะนำ AI เข้ามาช่วยลดขั้นตอนการทำงานและเร่งการตัดสินใจภายในองค์กร
ด้านผลิตภัณฑ์ BMW เตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นเริ่มต้นสำหรับตลาดยุโรปในปี 2571 ขณะที่สหรัฐฯ จะเน้นรถ SUV หรูสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง
สำหรับตลาดจีน BMW เตรียมเพิ่มการผลิตในประเทศและพึ่งพาพันธมิตรท้องถิ่นมากขึ้นในด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะระบบขับขี่อัตโนมัติและซอฟต์แวร์ รวมถึงอยู่ระหว่างพิจารณาส่งออกรถยนต์ที่ผลิตในจีนไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การปรับแผนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก BMW ได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับผลกำไรเป็นครั้งที่สามในช่วง 3 ปีกว่า จากผลการดำเนินงานในจีนที่อ่อนแอ ขณะที่ราคาหุ้นของบริษัทลดลงมากกว่าหนึ่งในสามในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 6 ปี
มิลาน เนเดลโควิช ซีอีโอ BMW กล่าวว่า แผนดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมรถยนต์ในช่วงหลายปีข้างหน้า พร้อมย้ำว่าแผนนี้ “ไม่ใช่โครงการลดต้นทุน”
ทั้งนี้ ผู้ผลิตรถยนต์ตะวันตกหลายรายกำลังเผชิญแรงกดดันมากขึ้น หลังผู้บริโภคจีนหันไปซื้อรถยนต์แบรนด์ในประเทศมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อยอดขายในตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งเคยเป็นแหล่งสร้างกำไรสำคัญของค่ายรถเหล่านี้
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/ปนัยดา ปัทมโกวิท




