ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE ปิดร่วง 1.7% วิตกบอนด์ยีลด์พุ่ง-เงินเฟ้อสูง

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนในวันพฤหัสบดี (1 ต.ค.) โดยหุ้นกลุ่มธนาคารนำตลาดปรับตัวลง หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลาย 10 ปี ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นและบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,428.27 จุด ลดลง 177.73 จุด หรือ -1.68%

ดัชนี FTSE 100 ลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 และเป็นการปรับตัวลงในวันเดียวมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 30 ปีพุ่งแตะ 5.9352% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2541 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นอัตราอ้างอิง เพิ่มขึ้นแตะ 5.4033% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550

หุ้นกลุ่มการเงินเป็นปัจจัยกดดันดัชนี FTSE 100 มากที่สุด โดยหุ้นธนาคารร่วง 4.2% แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 เดือน ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นก่อนการประกาศงบประมาณในช่วงปลายเดือนนี้

หุ้นธนาคารรายใหญ่ อาทิ หุ้น HSBC และ Barclays ต่างร่วงประมาณ 4% ขณะที่หุ้น NatWest ลดลง 5.4%

หุ้นกลุ่มวัฏจักรเผชิญแรงกดดัน หลังราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งขึ้นเพิ่มความกังวลว่าเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่องอาจทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน และส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า แรงเทขายครั้งนี้เกี่ยวข้องอย่างมากกับความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการคลังของอังกฤษ ขณะที่อังกฤษกำลังเตรียมประกาศงบประมาณในช่วงปลายเดือนนี้

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ซึ่งเป็นราคามาตรฐานในตลาดโลก เพิ่มขึ้น 3 ดอลลาร์ หลังจีนระงับการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมัน

หุ้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายที่เน้นผู้บริโภค และหุ้นกลุ่มเภสัชภัณฑ์ เป็นอีกสองกลุ่มที่ปรับตัวลงอย่างหนัก

นักลงทุนในตลาดขณะนี้คาดการณ์ว่า มีโอกาส 85% ที่ธนาคารกลางอังกฤษจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนพ.ย. ตามข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG

แคทเธอรีน แมนน์ เจ้าหน้าที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษกล่าวว่า ผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางทำให้ต้นทุนการกู้ยืมในอังกฤษสูงขึ้น และยังไม่ช่วยคลายความกังวลของเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับเงินเฟ้อ

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ ราคาบ้านในอังกฤษขยายตัวเมื่อเทียบรายปีในอัตราต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2568 สะท้อนผลกระทบจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น

หุ้นกลุ่มผู้สร้างบ้านลดลง 4.9%

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช