ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 33.66 แนวโน้มแกว่ง Sideway เกาะติดสถานการณ์ตอ.กลาง-ตัวเลขศก.สหรัฐ

เงินบาท [USDTHB.X] เปิดตลาดเช้านี้ อยู่ที่ระดับ 33.66 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจากระดับปิดเย็นวานนี้ที่ 33.68 บาท/ดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน ในกรอบ Sideways แม้เงินบาทและราคาทองคำ จะได้แรงหนุนบ้าง ตามการทยอยปรับลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย โดยเฉพาะในการประชุมเดือนต.ค.นี้

สำหรับไฮไลท์สำคัญวันนี้ จะอยู่ที่การรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในเดือนก.ย. อาทิ ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม, อัตราการว่างงาน และอัตราการเติบโตของค่าจ้าง พร้อมกันนั้น ตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประเมินทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของ FED 

นอกจากนี้ตลาดจะติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด รวมถึงรอดูความเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น ที่อาจส่งผลต่อบรรยากาศในตลาดการเงินได้

ทั้งนี้ เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง 

“ในช่วงทยอยรับรู้รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ เงินบาทอาจผันผวนสูงขึ้นบ้าง แต่อาจยังไม่เห็นการแข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของเงินบาท เนื่องจากยอดการจ้างงานฯ ของสหรัฐฯ มีโอกาสน้อยมากที่จะติดลบ” นายพูน ระบุ

นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 33.55-33.85 บาท/ดอลลาร์

*ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.10 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 158.42 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1230 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1290 ดอลลาร์/ยูโร

– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท. อยู่ที่ระดับ 33.643 บาท/ดอลลาร์

– “กรมการท่องเที่ยว” เผยสถิติการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 69 ขอถ่ายทำในประเทศไทย 423 เรื่อง คาดรายได้เข้าประเทศกว่า 7,510 ล้านบาท ทำลายสถิติรายได้จากการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 

– เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า เป็นห่วงว่าการเกิดน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะกระทบต่อช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังมาถึง แม้ในระยะสั้นตลาดนักท่องเที่ยวจีนช่วงวันชาติ หรือโกลเดนวีก อาจยังไม่กระทบ เนื่องจากจองล่วงหน้ามาแล้วและเที่ยวบินก็ทำการปกติ แต่สิ่งที่น่าห่วง คือผลกระทบในไตรมาสสุดท้าย ทั้งตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการท่องเที่ยวในประเทศ 

– กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 1,000 ราย สู่ระดับ 197,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 200,000 ราย

– สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตลดลงสู่ระดับ 54.5 ในเดือนก.ย. จากระดับ 54.6 ในเดือนส.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 54.8 แต่ดัชนียังคงสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐฯ ยังคงขยายตัว และเป็นการขยายตัวเดือนที่ 8 ติดต่อกัน โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน

– ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาดัลลัส กล่าวว่า เงินเฟ้อของสหรัฐฯ ยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายรายปีของเฟด และเฟดยังจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างมาก พร้อมระบุว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้น อาจช่วยควบคุมเงินเฟ้อได้ ซึ่งจะลดความจำเป็นในการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น

– ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (1 ต.ค.) เนื่องจากแรงขายในตลาดพันธบัตรได้ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายสิบปี ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) 

– สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (1 ต.ค.) โดยตลาดยังคงได้ปัจจัยหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาต่ำกว่าการคาดการณ์ ซึ่งอาจลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือนนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟด 

– นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 98,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนก.ย.จะทรงตัวที่ 4.1%

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน