PMI ภาคบริการญี่ปุ่นชะลอตัวเดือนก.ย. คำสั่งซื้อแผ่ว-แผ่นดินไหวฉุด

ผลสำรวจของเอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) ที่เปิดเผยในวันนี้ (5 ต.ค.) ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของญี่ปุ่น ชะลอตัวลงสู่ระดับ 51.3 ในเดือนก.ย. จากระดับ 52.5 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน และต่ำกว่าตัวเลขประมาณการขั้นต้นที่ระดับ 51.6

ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจอยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะหดตัว

กิจกรรมในภาคบริการขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลง เนื่องจากกิจกรรมทางธุรกิจและยอดคำสั่งซื้อใหม่เติบโตช้าลง ประกอบกับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในจังหวัดคุมาโมโตะที่ฉุดรั้งอุปสงค์

ยอดคำสั่งซื้อใหม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 27 ติดต่อกันในเดือนก.ย. แต่ชะลอตัวลงจากเดือนส.ค. โดยเอสแอนด์พี โกลบอล ระบุว่า อุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่งยังคงช่วยหนุนยอดขาย ขณะที่ยอดคำสั่งซื้อใหม่จากต่างประเทศปรับตัวลดลงในอัตราที่รุนแรงที่สุดเป็นอันดับสองนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2564

ด้านการจ้างงานในภาคบริการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 13 และเป็นการขยายตัวในอัตราที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. ขณะเดียวกัน บรรดาผู้ประกอบการรายงานว่า ยอดงานคั่งค้างเพิ่มขึ้นในอัตราสูงสุดในรอบ 7 เดือน ขณะที่ผู้ประกอบการพยายามขยายขีดความสามารถในการรองรับงานและเปิดรับสมัครพนักงานใหม่เพื่อเติมเต็มตำแหน่งที่ว่างอยู่

แรงกดดันด้านต้นทุนปัจจัยการผลิตชะลอตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับสถิติในอดีต โดยบริษัทต่าง ๆ ระบุว่าเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบ น้ำมัน ค่าแรง และอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ด้านค่าบริการที่เรียกเก็บจากลูกค้ายังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน แม้อัตราเงินเฟ้อของราคาผลผลิตชะลอตัวลงจากเดือนส.ค.

ส่วนดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการขั้นสุดท้าย ชะลอตัวลงสู่ระดับ 52.3 ในเดือนก.ย. จากระดับ 53.5 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นการขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข