AMRO เตือนเอเชียเสี่ยงถูกกระทบหนักสุดหาก AI เกิดการปรับฐาน

สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (AMRO) เปิดเผยรายงานเสถียรภาพการเงินประจำปี 2569 ในวันนี้ (5 ต.ค.) โดยระบุว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เผชิญความเสี่ยงสูงกว่าเศรษฐกิจส่วนใหญ่ของโลก หากกระแสความนิยมในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เกิดชะลอตัวลงหรือล่มสลาย โดยอาจจุดชนวนให้เกิดผลกระทบที่ลุกลามไปทั่วตลาดการเงินและเศรษฐกิจที่แท้จริง

รายงานของ AMRO ระบุว่า ภูมิภาคดังกล่าวเผชิญความเสี่ยงมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของห่วงโซ่อุปทาน AI ของโลก และเชื่อมโยงกับตลาดการเงินที่เกี่ยวข้องกับ AI เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

“การปรับฐานที่ไร้ระเบียบอาจแพร่กระจายผ่านหลายช่องทาง ซึ่งรวมถึง การส่งออกสินค้าเทคโนโลยีที่ลดลง การขาดทุนในพอร์ตการลงทุน เงินทุนไหลออก แรงกดดันในการรีไฟแนนซ์ของบริษัทเทคโนโลยีและบริษัทโครงสร้างพื้นฐานที่มีภาระหนี้ ตลอดจนความเชื่อมั่นที่อ่อนแอลงของนักลงทุน” รายงานระบุ

AMRO ระบุด้วยว่า การผลิตส่วนใหญ่ในวัฏจักรเทคโนโลยีนั้นเกิดขึ้นในเอเชีย ตั้งแต่การผลิตชิปหน่วยความจำในเกาหลีใต้ ไปจนถึงการประกอบเซมิคอนดักเตอร์ในมาเลเซีย โดยภูมิภาคนี้มีสัดส่วน 2 ใน 3 ของการเติบโตของการค้าโลกที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งหากอุปสงค์ด้าน AI ชะลอตัวลงอย่างฉับพลัน การลดลงของการใช้จ่ายด้านทุนจะส่งผลกระทบต่อรายได้จากการส่งออก การลงทุน และการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ AMRO เตือนว่า เนื่องจากกลุ่มผู้ให้บริการระบบคลาวด์ขนาดใหญ่ (Hyperscalers) หันไปพึ่งพาการกู้ยืมเงินมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อนำมาลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลที่มีต้นทุนสูง ระดับหนี้สินที่สูงขึ้นนี้อาจยิ่งทำให้ผลกระทบรุนแรงขึ้นหากผลตอบแทนจาก AI ไม่เป็นไปตามคาด

นอกจากนี้ รายงานของ AMRO ระบุว่า ตลาดหุ้นบางแห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กระจุกตัวอยู่ในหุ้นกลุ่ม AI อย่างมาก เช่น เกาหลีใต้ ซึ่งยิ่งทำให้ตลาดมีความเสี่ยงหากราคาหุ้นเกิดการปรับฐานอย่างรุนแรง ขณะที่ตลาดอื่น ๆ อย่างญี่ปุ่นและฮ่องกง เริ่มเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับบริษัท AI และเทคโนโลยีของสหรัฐฯ อย่างมาก ซึ่งหมายความว่าแรงสั่นสะเทือนสามารถส่งผ่านถึงกันได้แม้จะไม่มีปัจจัยกระตุ้นภายในประเทศก็ตาม

รายงานดังกล่าวของ AMRO มีขึ้นในขณะที่นักลงทุนมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับกระแสการเติบโตของ AI ซึ่งรวมถึงมูลค่าหุ้นที่สูงเกินจริงของบริษัทเทคโนโลยี ตลอดจนการพุ่งขึ้นของค่าใช้จ่ายในการลงทุนด้านชิปและศูนย์ข้อมูล (Data Center)

ทั้งนี้ ธนาคารกลางต่าง ๆ ทั่วโลก ตั้งแต่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ไปจนถึงธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ต่างแสดงความกังวลเพิ่มขึ้นว่าการลงทุนมูลค่ามหาศาลใน AI จะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ โดยแม้เทคโนโลยีดังกล่าวจะพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แต่การแข่งขันที่รุนแรงในหมู่นักพัฒนา AI รวมทั้งต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น กระแสต่อต้านศูนย์ข้อมูล และภัยคุกคามด้านความปลอดภัยของ AI ที่เพิ่มขึ้นนั้น ได้ก่อให้เกิดความกังวลด้วยเช่นกัน

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์