ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลงในช่วงบ่ายวันนี้ (5 ต.ค.) หลังจากมีรายงานว่าการส่งออกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมทั้งข่าวที่ว่าประเทศกลุ่ม G7 มีมติเห็นพ้องให้ระบายน้ำมันจากคลังสำรองออกสู่ตลาด ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะทำให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น
ณ เวลา 13.38 น. ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ลดลง 1.15 ดอลลาร์ หรือ 1.26% แตะที่ระดับ 89.96 ดอลลาร์/บาร์เรล
กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำทั้ง 7 หรือ G7 เห็นพ้องกันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (2 ต.ค.) ในการระบายน้ำมันดีเซลและน้ำมันดิบออกสู่ตลาด เพื่อควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก
ทั้งนี้ G7 ระบุในแถลงการณ์ว่า การระบายน้ำมันสำรองในครั้งนี้จะมีปริมาณสูงสุด 100 ล้านบาร์เรล ภายในระยะเวลา 4 เดือน โดยจะมีการระบายน้ำมันดีเซลในปริมาณมากภายในช่วง 20 วันแรก
ข้อมูลการขนส่งทางเรือในวันนี้ระบุว่า การระบายน้ำมันสำรองดังกล่าวจะเข้ามาสมทบกับยอดส่งออกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้นทะลุระดับก่อนเกิดสงครามไปแล้วถึง 4 ใน 7 วันของสัปดาห์สุดท้ายในเดือนก.ย. แม้จะมีการโจมตีเรือขนส่งที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซก็ตาม
ทั้งนี้ การระบายน้ำมันของกลุ่ม G7 จะช่วยเพิ่มอุปทานน้ำมันในตลาดโลก แม้นักลงทุนยังมีความกังวลเกี่ยวกับความเสียหายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย อันเป็นผลมาจากสงครามอิหร่านก็ตาม โดยล่าสุด กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีโรงงานของบริษัท ซาอุดี อารัมโก (Saudi Aramco) ในกรุงริยาด และแหล่งน้ำมันคูไรส์ (Khurais) ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นช่วงเช้าวันนี้
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





