พาณิชย์ เร่งเติมผักจากแหล่งผลิตเข้าสู่ตลาด รองรับเทศกาลกินเจ หลังโดนผลกระทบน้ำท่วม


นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ผักสดในขณะนี้ว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยในหลายพื้นที่เพาะปลูก ส่งผลให้พื้นที่เพาะปลูกสำคัญทั้งในภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับผลกระทบ ทำให้ปริมาณผักเข้าสู่ตลาดลดลง ขณะที่พื้นที่เพาะปลูกที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่มีฝนตกต่อเนื่อง ก็ได้รับผลกระทบด้านคุณภาพ และเกิดความเสียหายต่อผลผลิตบางส่วน โดยเฉพาะผักใบ นอกจากนี้ การขนส่งที่ใช้เวลานานขึ้น ยังส่งผลต่อคุณภาพสินค้าและเป็นปัจจัยให้ราคาผักบางรายการปรับตัวสูงขึ้น

ดังนั้น เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว กรมการค้าภายใน ได้เร่งบริหารจัดการด้านปริมาณผัก โดยประสานเชื่อมโยงผลผลิตจากแหล่งผลิตเข้าสู่ตลาดกลางสำคัญ อาทิ ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไท ตลาดศรีเมือง และตลาดล้านเมือง เพื่อเพิ่มปริมาณผักเข้าสู่ระบบตลาด และช่วยให้มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ราคาที่ตลาดสี่มุมเมือง ซึ่งเป็นแหล่งกระจายผักรายใหญ่ พบว่า ราคาขายส่งผักบางรายการเริ่มมีแนวโน้มลดลง จากที่เคยปรับสูงขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา อาทิ กะหล่ำปลีเขียว จากราคาสูงสุด 12 บาท/กก. ปัจจุบันอยู่ที่ 8 บาท/กก. พริกจินดาเขียว จาก 70 บาท/กก. เหลือ 42 บาท/กก. พริกจินดาแดง จาก 50 บาท/กก. เหลือ 40 บาท/กก. ผักกาดขาว (ลุ้ย) จาก 18 บาท/กก. เหลือ 17 บาท/กก. และ โหระพา จาก 170 บาท/กก. เหลือ 150 บาท/กก. สะท้อนว่าปริมาณผักที่เข้าสู่ตลาดเริ่มมีมากขึ้นและช่วยให้สถานการณ์ราคาผ่อนคลายลง


ส่วนราคาผักบางรายการ โดยเฉพาะกลุ่มผักใบและลำต้นอ่อน อาทิ ต้นหอม และใบกะเพรา แม้ราคาจะเริ่มปรับลดลงจากระดับสูงสุด โดยต้นหอมจาก 150 บาท/กก. เหลือ 130 บาท/กก. และใบกะเพราจาก 150 บาท/กก. เหลือ 120 บาท/กก. แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ผักบุ้งจีน อยู่ที่ 100 บาท/กก. และผักบุ้งไทย อยู่ที่ 32 บาท/กก. โดยเริ่มทรงตัวในช่วงวันที่ 3-4 ต.ค. ส่วนผักกาดขาว (ลุ้ยจีน) ทรงตัวที่ 13 บาท/กก. ขณะที่ใบแมงลัก ยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ล่าสุดอยู่ที่ 140 บาท/กก. เนื่องจากได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในแหล่งผลิตหลัก ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง

ในส่วนของการกระจายผลผลิตจากพื้นที่น้ำท่วมขัง กรมการค้าภายใน ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด หากพบจุดใดมีปัญหาหรือมีอุปสรรคต่อการนำผลผลิตเข้าสู่ตลาด จะประสานหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มีความพร้อมเข้าไปช่วยแก้ไข เพื่อให้ผักสามารถขนส่งและกระจายเข้าสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังเข้าสู่เทศกาลกินเจ ซึ่งความต้องการผักมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งแก้ไขปัญหา โดยจะเพิ่มการเชื่อมโยงผักเข้าสู่ระบบตลาดให้เพียงพอกับความต้องการ ตรวจสอบการปิดป้ายแสดงราคา เพื่อให้ประชาชนซื้อสินค้าได้อย่างเป็นธรรม ป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา และตรวจสอบเครื่องชั่ง เพื่อป้องกันการเอาเปรียบด้านน้ำหนัก พร้อมประสานหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว


อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเทศกาลกินเจปี 2569 กรมการค้าภายใน เตรียมจัดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย : อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม เทศกาลกินเจ 2569” ระหว่างวันที่ 9-18 ตุลาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม” โดยร่วมกับตลาดกลาง ตลาดสด ห้างค้าปลีก-ค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อ ผู้ประกอบการอาหารอนาคต (Future Food) และร้านอาหาร จัดจำหน่าย อาหารเจปรุงสุกในราคาประหยัด

พร้อมจัดโปรโมชั่นวัตถุดิบเจ และเครื่องปรุงเจ ลดสูงสุดกว่า 50% รวมถึงอาหารเจพร้อมรับประทาน และผลิตภัณฑ์อาหารเจรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอาหารเจได้หลากหลาย ในราคาที่เหมาะสม และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจ

อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายใน จะยังคงติดตามสถานการณ์ผักอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านปริมาณ ราคา และการกระจายผักอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลกินเจ และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้มีผักและสินค้าเพียงพอต่อความต้องการ และกระจายถึงประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าในราคาที่เหมาะสมกับต้นทุน และปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน

กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายปลีกสินค้าและค่าบริการ มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตามมาตรา 28 แห่งพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ส่วนกรณีจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 29 หากประชาชนพบการจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม ไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเครื่องชั่ง สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569

โดย พณฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์