ทาคาอิจิให้คำมั่นลดภาษีการบริโภคโดยไม่ออกพันธบัตรเพิ่ม เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการ 5 ปีภายในปีนี้

ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาญี่ปุ่นในวันนี้ (5 ต.ค.) โดยให้คำมั่นว่าจะปรับลดภาษีการบริโภคสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารโดยไม่มีการออกพันธบัตรใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาด

ในการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญซึ่งจะจัดขึ้นเป็นเวลา 69 วัน ทาคาอิจิยังกล่าวด้วยว่า รัฐบาลจะส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศด้วยการจัดทำแผนปฏิบัติการ 5 ปีให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ พร้อมแสดงความมุ่งมั่นที่จะผลักดันกฎหมายลดจำนวนที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ทาคาอิจิกล่าวว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวจะปรับลดภาษีการบริโภคสำหรับอาหารและเครื่องดื่มลงจาก 8% เหลือ 1% เป็นเวลา 2 ปี โดยเริ่มตั้งแต่เดือนเม.ย. 2570 ควบคู่ไปกับมาตรการมอบเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยผ่อนคลายภาระทางการเงินของภาคครัวเรือน ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ

“เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตลาด เราจะจัดหาเงินทุนโดยไม่พึ่งพาการออกพันธบัตรเพื่อชดเชยการขาดดุล ขอให้ท่านมั่นใจได้” ทาคาอิจิกล่าว ซึ่งบ่งชี้ว่าเธอตระหนักถึงความกังวลเรื่องสถานะการคลังของญี่ปุ่นที่อาจถดถอยลงอีก จากปัจจุบันที่ย่ำแย่ที่สุดอยู่แล้วในกลุ่มประเทศ G7

นอกจากนี้ เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจให้แข็งแกร่ง ทาคาอิจิยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการส่งเสริมการลงทุนด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง เช่น ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการป้องกันทางไซเบอร์ รวมถึงอุตสาหกรรมหลักอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ ภายใต้แผน 5 ปีฉบับใหม่

ทั้งนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของทาคาอิจิเตรียมเสนอร่างกฎหมาย 21 ฉบับในการประชุมสมัยปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงร่างกฎหมายลดภาษี ร่างกฎหมายการกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบ และร่างกฎหมายกำหนดกฎระเบียบการถือครองที่ดินในพื้นที่สำคัญต่อความมั่นคงของชาติ

ขณะเดียวกัน ร่างกฎหมายลดจำนวนที่นั่งสภาผู้แทนราษฎรที่ยกมาจากสมัยประชุมก่อนซึ่งสิ้นสุดเมื่อปลายเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ก็เป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง โดยพรรครัฐบาลเคยให้คำมั่นว่าจะผลักดันให้มีผลบังคับใช้ตามข้อตกลงจัดตั้งรัฐบาลผสมที่ลงนามเมื่อเดือนต.ค. 2568 และเป็นข้อตกลงที่มีส่วนช่วยให้ทาคาอิจิขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า นับตั้งแต่ทาคาอิจิดำรงตำแหน่งนายกฯ เมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว คณะรัฐมนตรีของเธอได้รับคะแนนนิยมค่อนข้างสูง โดยพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล และพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (JIP) ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล คว้าชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนก.พ. กวาดที่นั่งไปได้เกินกว่า 2 ใน 3 ของสภาผู้แทนราษฎรที่มีทั้งหมด 465 ที่นั่ง

แม้ว่าฝ่ายรัฐบาลมีเสียงส่วนน้อยในวุฒิสภา แต่หากวุฒิสภาคัดค้านร่างกฎหมาย สภาผู้แทนราษฎรสามารถลงมติหักล้างได้ด้วยเสียงข้างมาก 2 ใน 3

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข