SCB WEALTH ร่วมกับ SCBAM และ BlackRock เปิดตัวกองทุน SCBGMHEAVY ความเสี่ยงสูงระดับ 6 เพิ่มทางเลือกสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนผ่านสินทรัพย์หลากหลายภูมิภาคทั่วโลก บริหารพอร์ตเชิงรุกแบบ Multi-Asset ปรับสัดส่วนได้ตั้งแต่ 0-100% พร้อมใช้กลยุทธ์ควบคุมความผันผวนของ BlackRock ช่วยบริหารความเสี่ยงในภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เตรียมเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 6-12 ตุลาคม 2569 ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท

นายศรชัย สุเนต์ตา, CFA Deputy Head of High Net Worth and Affluent Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในภาวะที่ตลาดอยู่ในโหมดเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) นักลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนในระดับสูงมักเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ตาม หากพอร์ตลงทุนกระจุกตัวอยู่ในสินทรัพย์เพียงประเภทเดียว และขาดการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม อาจทำให้พอร์ตได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจทำให้ภาวะตลาดเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และราคาสินทรัพย์ผันผวนรุนแรง
SCB WEALTH จึงผสานความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการลงทุนของ บลจ. ไทยพาณิชย์ (SCBAM) เข้ากับศักยภาพการลงทุนระดับโลกของ BlackRock เพื่อพัฒนาโซลูชันการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูง และต้องการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน พร้อมให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงและการควบคุมความผันผวนของพอร์ตอย่างเหมาะสม
ธนาคารไทยพาณิชย์ในฐานะผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน จะเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Multi-Asset Core Portfolio Heavy หรือ SCBGMHEAVY ความเสี่ยง 6 (ความเสี่ยงสูง) ระหว่างวันที่ 6 ตุลาคม ถึง 12 ตุลาคม 2569 เงินลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท โดยกองทุนนี้ออกแบบมาเพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้เข้าถึงสินทรัพย์ที่หลากหลายประเภทในทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยมีจุดเด่นด้านการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของเงินลงทุนและการบริหารความเสี่ยงในระยะยาว
ทั้งนี้ การเปิดตัว SCBGMHEAVY จะช่วยเติมเต็ม Investment Shelf ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง SCB WEALTH, SCBAM และ BlackRock ให้มีโซลูชันการลงทุนที่ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าในทุกระดับความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ กองทุนตราสารหนี้คุณภาพ SCBGOFIX ความเสี่ยง 4 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) สำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ค่อนข้างต่ำ กองทุนผสมอย่าง SCBGMLITE ความเสี่ยง 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) และ SCBGMCORE ความเสี่ยง 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุน ไปจนถึง SCBGMHEAVY ความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) สำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงขึ้นและมุ่งหวังสร้างการเติบโตในระยะยาว
นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCBAM กล่าวว่า กองทุน SCBGMHEAVY มีกลยุทธ์บริหารพอร์ตแบบ Aggressive Allocation สามารถปรับสัดส่วนบริหารพอร์ตลงทุนอย่างยืดหยุ่นให้สอดคล้องกับทุกสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง โดยมุ่งเพิ่มโอกาสการเติบโตของพอร์ต เหมาะสำหรับการลงทุนเป็น Core Portfolio ทั้งนี้ กองทุนเน้นลงทุนเชิงรุกในตราสารทุนทั่วโลกผ่านกองทุน ETF ชั้นนำ รวมถึงหุ้นรายตัว พร้อมเสริมพอร์ตด้วย Liquid Alternatives ควบคู่กับการใช้กลยุทธ์ควบคุมความผันผวนของพอร์ต เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาวและเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตของผู้ลงทุน
SCBGMHEAVY วางกลยุทธ์ลงทุน 3 ส่วน ได้แก่ 1) การบริหารพอร์ตเชิงรุกหลายมิติ (Multi-layer Equity Alpha) ในสัดส่วนประมาณ 85% เน้นการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก 2) การลงทุนผ่านสินทรัพย์สภาพคล่องทางเลือก (Liquid Alternatives) สัดส่วนประมาณ 15% โดยลงทุนในกองทุน Flagship ของ BlackRock ที่เป็นกลยุทธ์แบบ Absolute Return ซึ่งมีความสัมพันธ์ต่ำกับตลาดหุ้นโลกและตราสารหนี้ ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงลดความผันผวนให้กับพอร์ตได้
และ 3) คือการวางกลยุทธ์ควบคุมความผันผวน (Volatility Control) เปรียบเหมือนแนวป้องกันพอร์ตอีกหนึ่งชั้น หากเกิดเหตุการณ์ที่ตลาดมีความผันผวนสูงผิดปกติจะลดความเสี่ยงพอร์ตโดยการถือเงินสดเพื่อปกป้องเงินทุน ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ BlackRock ที่สามารถติดตามความผันผวนของพอร์ตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตเมื่อตลาดอยู่ในช่วงขาลง
กองทุน SCBGMHEAVY ยังบริหารเชิงรุกโดยผู้จัดการกองทุน BlackRock Multi-Asset Strategies and Solutions (MASS) ที่เชี่ยวชาญกลยุทธ์ด้าน Multi-Asset โดยเฉพาะ ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี และมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมากกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ กองทุนยังสามารถลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารพอร์ต และใช้ในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมกับภาวะตลาดในแต่ละขณะอีกด้วย





