
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวไร้ทิศทางในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลง ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ดีดตัวขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาสถานการณ์น้ำมันในตลาดโลก
ณ เวลา 19.45 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. ลบ 0.81 ดอลลาร์ หรือ 0.89% สู่ระดับ 90.30 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. บวก 0.38 ดอลลาร์ หรือ 0.37% สู่ระดับ 102.63 ดอลลาร์/บาร์เรล
กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำทั้ง 7 หรือ G7 บรรลุข้อตกลงในการระบายน้ำมันดีเซลและน้ำมันดิบออกสู่ตลาด เพื่อควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก
ทั้งนี้ G7 ระบุในแถลงการณ์ว่า การระบายน้ำมันสำรองในครั้งนี้จะมีปริมาณสูงสุด 100 ล้านบาร์เรล ภายในระยะเวลา 4 เดือน โดยจะมีการระบายน้ำมันดีเซลในปริมาณมากภายในช่วง 20 วันแรก
G7 บรรลุข้อตกลงดังกล่าว หลังจากรัฐบาลทรัมป์กดดันพันธมิตรในยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนีและฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศที่กักเก็บน้ำมันดีเซลสำรองของสหภาพยุโรปในสัดส่วนจำนวนมาก
กลุ่มฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ระบุว่า พวกเขาได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลและโดรนโจมตีคลังน้ำมันของซาอุดี อารามโค ในกรุงริยาดและคูเรสของซาอุดีอาระเบีย เพื่อตอบโต้ต่อการโจมตีทางอากาศของกองกำลังเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย
ทั้งนี้ รัฐบาลเยเมนที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ระบุว่า พวกเขากำลังเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่เพื่อยึดคืนพื้นที่ทั้งหมดของประเทศที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตี
ส่วนในยุโรป ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ยูเครนจะเพิ่มการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียเป็นสองเท่า
ขณะเดียวกัน กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ได้เลื่อนการทบทวนโควตาการผลิตน้ำมันสำหรับสมาชิกในปี 2570 เนื่องจากสงครามอิหร่านส่งผลกระทบต่อโครงการเพิ่มกำลังการผลิตในตะวันออกกลาง ทำให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการประเมินศักยภาพการผลิตน้ำมันในอนาคต
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




