
สำนักงานสถิติแห่งชาติฟิลิปปินส์รายงานในวันนี้ (6 ต.ค.) ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 7.2% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 6.8% และอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก
การเร่งตัวขึ้นของราคาข้าวและผักเป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปพุ่งขึ้นในเดือนก.ย. หลังจากฝนในฤดูมรสุมส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้าง ซึ่งทำให้พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายในเดือนก.ย. ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลก็ปรับขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งขึ้นอันเนื่องมาจากความขัดแย้งระลอกใหม่ในตะวันออกกลาง
ตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงเกินคาดนี้ อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) เดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงิน หลังจากที่ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปแล้วรวม 0.75% นับตั้งแต่เดือนเม.ย. โดยอีไล เรโมโลนา ผู้ว่าการ BSP ได้ส่งสัญญาณก่อนหน้านี้ว่า มีความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้นอีกอันเนื่องมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญและการปรับขึ้นค่าจ้าง
อัตราเงินเฟ้อของฟิลิปปินส์พุ่งสูงเกินเป้าหมายของ BSP ที่ระดับ 3% นับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุขึ้นและจุดชนวนให้เกิดวิกฤตการขาดแคลนพลังงานทั่วโลกและยังทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นด้วย ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าอย่างฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ สกุลเงินเปโซที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ยังซ้ำเติมสถานการณ์เงินเฟ้อให้รุนแรงยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ การประชุมนโยบายการเงินครั้งต่อไปของ BSP จะมีขึ้นในวันที่ 22 ต.ค.นี้
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





