
ธนาคารโลก (World Bank) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจกัมพูชา เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติร่วงลงอย่างหนักและต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้น โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจกัมพูชาจะขยายตัว 3.5% ในปี 2569 ลดลงจาก 5.3% ในปี 2568
ธนาคารโลกระบุในรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกฉบับล่าสุดในวันนี้ (6 ต.ค.) ว่า อุปสงค์ภายในประเทศกัมพูชาอ่อนแอลงในปี 2569 เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและเงินโอนจากต่างประเทศลดลง ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นก็ส่งผลกระทบต่อรายได้ของภาคครัวเรือน
ผลกระทบอย่างรุนแรงจากต้นทุนพลังงานสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ โดยกระทรวงพาณิชย์กัมพูชาระบุว่า ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินธรรมดาเพิ่มขึ้นเป็น 5,150 เรียล หรือประมาณ 1.27 ดอลลาร์สหรัฐต่อลิตรในวันนี้ โดยเพิ่มขึ้น 33.7% จากระดับก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นเป็น 5,650 เรียล หรือประมาณ 1.39 ดอลลาร์สหรัฐต่อลิตร พุ่งขึ้นถึง 46.7%
ทั้งนี้ เศรษฐกิจกัมพูชายังคงพึ่งพาภาคการท่องเที่ยว เกษตรกรรม อสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้าง รวมถึงการส่งออกเสื้อผ้า สิ่งทอ รองเท้า และสินค้าเพื่อการเดินทางเป็นหลัก โดยข้อมูลของรัฐบาลกัมพูชาระบุว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกเสื้อผ้า สิ่งทอ รองเท้า และสินค้าเพื่อการเดินทาง เพิ่มขึ้น 7.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สู่ระดับ 1.176 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในทางกลับกัน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงอย่างหนักถึง 44% เหลือเพียง 2.25 ล้านคนในช่วงเวลาดังกล่าว โดยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากปัญหาสแกมเมอร์ ความตึงเครียดบริเวณชายแดนกัมพูชา-ไทย รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ
อย่างไรก็ดี ธนาคารโลกคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจกัมพูชาจะฟื้นตัวในระยะกลาง ด้วยอัตราการเติบโต 4% ในปี 2570 และ 5% ในปี 2571 โดยคาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากราคาพลังงานที่มีเสถียรภาพมากขึ้น การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และการกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของแรงงานข้ามชาติที่เดินทางกลับประเทศ แต่รายงานเตือนว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญอาจเป็นปัจจัยฉุดรั้งการฟื้นตัวของภาคเกษตรกรรมในปี 2570 ให้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
โดย ปรียพรรณ มีสุข/รัตนา พงศ์ทวิช




