
โอเพนเอไอ (OpenAI) และแอนโทรปิก (Anthropic) สนับสนุนแนวคิดให้ออสเตรเลียออกกฎหมายบังคับบริษัท AI รายงานเหตุการณ์ละเมิดข้อมูลที่เกิดจากการปฏิบัติการของ AI Agent ของบริษัท เนื่องจากปัจจุบันการตัดสินใจแจ้งเหตุให้หน่วยงานรัฐรับทราบยังขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละบริษัทเท่านั้น
ข้อเสนอนี้เกิดขึ้นหลังโอเพนเอไอ ผู้พัฒนาแชตจีพีที (ChatGPT) ถูกวิจารณ์อย่างหนัก จากกรณีบริษัทใช้เวลานานถึง 3 เดือนกว่าจะแจ้งรัฐบาลออสเตรเลียว่า AI Agent ของบริษัทได้เจาะเข้าระบบพอร์ทัลข้อมูลเมดิแคร์ (Medicare) ซึ่งเป็นระบบประกันสุขภาพภาครัฐของออสเตรเลีย รวมถึงเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐบาลอีก 3 แห่ง
เจสัน ควอน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของโอเพนเอไอ กล่าวต่อคณะกรรมาธิการของรัฐสภาออสเตรเลียในวันนี้ (6 ต.ค.) ว่า บริษัทสนับสนุนการกำหนดกรอบกฎหมายให้บริษัทต่าง ๆ ต้องรายงานเหตุการณ์ดังกล่าว
ควอนเสริมว่า หลังตรวจพบเหตุการณ์ดังกล่าว โอเพนเอไอพยายามจัดทำกระบวนการและมาตรฐานสำหรับพิจารณาว่าควรแจ้งเหตุหรือไม่ แต่เห็นว่าการมีกฎหมายกำหนดแนวทางที่ชัดเจนจะช่วยให้บริษัทไม่ต้องเป็นผู้ตัดสินใจในประเด็นดังกล่าวเพียงฝ่ายเดียว
ด้าน เดวิด มาสเตอร์ส หัวหน้าฝ่ายนโยบายประจำออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ของแอนโทรปิก กล่าวต่อคณะกรรมาธิการว่า บริษัทพร้อมเปิดรับกฎหมายที่กำหนดให้บริษัท AI ต้องเปิดเผยเหตุการณ์ละเมิดข้อมูลเช่นกัน ขณะที่แอนโทรปิกเองก็เคยเผชิญกับเหตุการณ์ที่ AI Agent ของบริษัทก่อเหตุเจาะระบบมาแล้วหลายครั้ง
ขณะเดียวกัน ชาวออสเตรเลียจำนวนมากเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลศูนย์ข้อมูล AI และการคุ้มครองลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี กำลังเดินหน้าจัดทำกฎหมายใหม่เพื่อกำกับดูแลภาคธุรกิจดังกล่าว โดยทั้งโอเพนเอไอและแอนโทรปิกต่างอยู่ระหว่างรอการอนุมัติโครงการศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในออสเตรเลีย ซึ่งทั้งสองบริษัทได้ตกลงที่จะเป็นผู้รับซื้อกำลังการประมวลผลหลัก
สำหรับสหรัฐฯ มีการเสนอร่างกฎหมายระดับรัฐบาลกลางที่กำหนดให้บริษัท AI รายงานพฤติกรรมที่เป็นอันตราย เช่น ความพยายามหลีกเลี่ยงการควบคุมโดยมนุษย์ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสหรัฐฯ ยังไม่มีระบบที่กำหนดให้บริษัทต้องเปิดเผยพฤติกรรมอันตรายของ AI เมื่อตรวจพบเหตุการณ์
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





