ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันอังคาร (6 ต.ค.) สัญญาข้าวโพดพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ปรับลดการประเมินสภาพความสมบูรณ์ของพืชผลลงมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งกระตุ้นความวิตกกังวลว่า USDA อาจปรับลดตัวเลขคาดการณ์ผลผลิตต่อเอเคอร์ลงตามไปด้วย ขณะที่สัญญาถั่วเหลืองปิดบวกจากความล่าช้าในการเก็บเกี่ยวและความกังวลด้านคุณภาพ ส่วนสัญญาข้าวสาลีปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันทำการที่ 4 หลังเหตุโดรนโจมตีเรือสินค้าในทะเลดำตอกย้ำความเสี่ยงต่อการส่งออกธัญพืช
- สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 10.75 เซนต์ หรือ +2.16% ปิดที่ 5.0800 ดอลลาร์/บุชเชล
- สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 12.00 เซนต์ หรือ +1.73% ปิดที่ 7.0425 ดอลลาร์/บุชเชล
- สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 22.25 เซนต์ หรือ +1.74% ปิดที่ 13.0300 ดอลลาร์/บุชเชล
สัญญาข้าวโพดทะยานขึ้นอย่างโดดเด่น หลังจากรายงานความคืบหน้าการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวประจำสัปดาห์ของ USDA เมื่อวันจันทร์ (5 ต.ค.) ระบุว่า เกษตรกรสหรัฐฯ เพิ่งเก็บเกี่ยวข้าวโพดไปได้เพียง 23% และถั่วเหลือง 25% ณ วันอาทิตย์ที่ผ่านมา (4 ต.ค.) ซึ่งล่าช้ากว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี
นอกจากนี้ USDA ยังปรับลดสัดส่วนข้าวโพดที่มีสภาพความสมบูรณ์ในเกณฑ์ดีถึงดีเยี่ยมลงมากกว่าที่คาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าปริมาณผลผลิตจริงต่อเอเคอร์อาจไม่สูงอย่างที่ประเมินไว้ก่อนหน้า
จิม เกอร์ลัค ประธานบริษัทโบรกเกอร์สินค้าโภคภัณฑ์ A/C Trading ในรัฐอินดีแอนา กล่าวว่า
“ประเด็นเรื่องคุณภาพผลผลิตเริ่มสร้างความกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ และผมไม่คิดว่าทุกคนในตลาดจะปักใจเชื่อตัวเลขของ USDA เสียทีเดียว โดยเฉพาะในส่วนของข้าวโพด ว่าผลผลิตต่อเอเคอร์จะออกมาดีเหมือนอย่างที่ USDA เคยประเมินไว้”
ด้านสัญญาถั่วเหลืองปิดปรับตัวขึ้นเช่นกัน เนื่องจากฝนที่ตกชุกในช่วงที่ผ่านมาเป็นอุปสรรคทำให้การเก็บเกี่ยวล่าช้า ทั้งยังจุดชนวนความวิตกเกี่ยวกับคุณภาพเมล็ดและปริมาณน้ำมันในเมล็ดถั่วเหลือง
ส่วนสัญญาข้าวสาลีปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 4 จากความวิตกกังวลระลอกใหม่ต่อภาวะชะงักงันของการส่งออกธัญพืชอันเนื่องมาจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน หลังมีรายงานว่าเรือพาณิชย์ 2 ลำ ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกธัญพืช 1 ลำ ถูกโดรนโจมตีในทะเลดำนอกชายฝั่งบัลแกเรียเมื่อวันอังคาร นอกจากนี้ยังมีเรือสินค้าอีกลำถูกโจมตีนอกน่านน้ำอาณาเขตของโรมาเนียเมื่อวันจันทร์ ซึ่งทางการยูเครนระบุว่าเป็นฝีมือของโดรนรัสเซีย
ทั้งนี้ บรรดาเทรดเดอร์ยังคงเฝ้าติดตามสภาพอากาศในแถบมิดเวสต์ของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยคาดว่าพื้นที่ส่วนใหญ่จะมีสภาพอากาศแห้งและปลอดโปร่งตลอดช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งจะเอื้อให้เกษตรกรสามารถเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตชดเชยช่วงที่ล่าช้าไปก่อนหน้านี้ได้
ขณะเดียวกัน ตลาดกำลังรอติดตามรายงานคาดการณ์อุปทานและอุปสงค์สินค้าเกษตรโลก (WASDE) ประจำเดือนจาก USDA ในวันศุกร์นี้ (9 ต.ค.) ซึ่งจะมีการปรับปรุงตัวเลขคาดการณ์ผลผลิตข้าวโพดและถั่วเหลืองของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช





