
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) แนะนำรัฐบาลทั่วโลกให้ใช้มาตรการช่วยเหลือทางการเงินแบบเจาะจงไปที่กลุ่มเปราะบาง แทนการอุดหนุนราคาสินค้าเป็นวงกว้าง เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อครัวเรือนรายได้น้อยในช่วงที่เงินเฟ้อพุ่งสูง
IMF ระบุในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) เดือนต.ค. 2569 ซึ่งใช้ชื่อว่า “Navigating a Shock-Prone World: Lessons from Cost-of-Living Crises” ว่า การโอนเงินช่วยเหลือแบบเจาะจงและจำกัดระยะเวลา สามารถช่วยให้ครัวเรือนรายได้น้อยรับมือกับราคาสินค้าจำเป็นที่ปรับตัวสูงขึ้นได้ โดยไม่ทำให้รัฐบาลต้องแบกรับภาระงบประมาณมากเกินไป
มาตรการดังกล่าวยังช่วยจัดสรรทรัพยากรที่มีจำกัดไปถึงผู้ที่มีความจำเป็นมากที่สุด ขณะที่ราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นยังคงทำหน้าที่สะท้อนภาวะขาดแคลน และจูงใจให้ผู้บริโภคลดการใช้จ่ายหรือลดการบริโภคสินค้าลง
IMF แนะนำว่า รัฐบาลควรออกแบบความช่วยเหลือให้สอดคล้องกับผลกระทบจากราคาที่เพิ่มขึ้นชั่วคราว พร้อมกำหนดวันสิ้นสุดมาตรการไว้อย่างชัดเจน โดยไม่ควรใช้งบประมาณชดเชยให้ครัวเรือนเพื่อรองรับราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างถาวร
หากรัฐบาลจำเป็นต้องขยายกลุ่มผู้ได้รับสิทธิ ควรกำหนดระดับความช่วยเหลือให้สอดคล้องกับผลกระทบโดยเฉลี่ยที่ครัวเรือนรายได้น้อยได้รับจากราคาสินค้าที่พุ่งขึ้น
ข้อเสนอของ IMF มีขึ้น หลังจากหลายประเทศเผชิญราคาสินค้าจำเป็นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งอาหาร ค่าไฟฟ้า และเชื้อเพลิง ส่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนเพิ่มขึ้น และในบางประเทศยังกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในวงกว้าง
IMF ระบุว่า ผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้ออาจยืดเยื้อแม้ราคาพลังงานและอาหารจะคลี่คลายจากช่วงที่พุ่งขึ้นสูงแล้ว โดยคาดการณ์เงินเฟ้อของประชาชนอาจยังอยู่เหนือระดับก่อนเกิดวิกฤติเป็นเวลาหลายปี ขณะที่ค่าจ้างแท้จริงที่ลดลงจะยิ่งบั่นทอนกำลังซื้อของครัวเรือน
ท่ามกลางเศรษฐกิจที่เผชิญความเสี่ยงจากผลกระทบที่เพิ่มขึ้น IMF แนะให้รัฐบาลเร่งเสริมแกร่งระบบคุ้มครองทางสังคมตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤติ เพื่อให้สามารถออกมาตรการช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และยังคงมีงบประมาณเพียงพอสำหรับรับมือกับความเสี่ยงระลอกใหม่
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กัลยาณี ชีวะพานิช





