QUICK เคาะราคา IPO ที่ 5.65 บาท P/E ที่ 8.29 เปิดขาย 9,12 และ 14 ต.ค.

บมจ.ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น [QUICK] กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 32 ล้านหุ้น ที่หุ้นละ 5.65 บาท จากมูลค่าที่ตราไว้ (Par) หุ้นละ 0.50 บาท ในช่วงวันที่ 9, 12 และ 14 ต.ค.นี้ คาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในกลุ่มอุตสาหกรรม (Industry) เทคโนโลยี หมวดธุรกิจ (Sector) เทคโนโลยี ในวันที่ เพื่อระดมทุนรองรับการขยายธุรกิจ ท่ามกลางแนวโน้มอุตสาหกรรมดิจิทัลที่เติบโตต่อเนื่อง

การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO พิจารณาจากอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้นของบริษัทฯ (P/E) ทั้งนี้ ราคาหุ้นละ 5.65 บาท คิดเป็น P/E เท่ากับ 8.29 เท่า คำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลกำไรสุทธิในช่วง 4 ไตรมาสย้อนหลังหารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัทหลัง IPO ซึ่งเท่ากับ 102.00 ล้านหุ้น (Fully Diluted) จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับประมาณ 0.68 บาทต่อหุ้น

QUICK ดำเนินธุรกิจให้บริการที่ปรึกษาและติดตั้งระบบดิจิทัลแบบครบวงจร (End-to-End Digital Transformation Provider) ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลระบบ โดยมีความเชี่ยวชาญหลักด้านระบบ ERP ที่ตอบโจทย์องค์กรทุกขนาด ด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกว่า 20 ปี บริษัทมุ่งนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของลูกค้า ดังนั้น ปรัชญาดังกล่าวสะท้อนผ่านชื่อ “QUICK” ที่สื่อถึงความสำคัญของเวลา ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในการขับเคลื่อนธุรกิจ

วัตถุประสงค์ในการระดมทุนในครั้งนี้

1.ใช้ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ (R&D) 32.88 ล้านบาท บริษัทฯ มีแผนลงทุนเพื่อพัฒนาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทฯ เช่น Quick MES, Quick PM, Quick Carbon R, Quick CRM และ Qoot AI และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบ ERP และอุปกรณ์ IoT (IoT Integration) เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการให้บริการของบริษัทฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ ซึ่งรวมถึงการต่อยอดผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นของบริษัทฯ เกี่ยวกับระบบบริหารจัดการการขนส่ง (Transportation Management System: TMS) ระบบปฏิบัติการคลังสินค้า (Warehouse Execution System: WES) ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (Hospital Information System: HIS) และระบบ Smart Factory ซึ่งครอบคลุมถึงระบบการทำงานอัตโนมัติ (Robotic Process Automation: RPA) และ AI-Based Automation และระบบวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ (Business Intelligence) เพื่อรองรับความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรมและทางการพัฒนาอุตสาหกรรมสู่ยุคดิจิทัล

2.ใช้ในการพัฒนาโครงการฝึกอบรมบุคลากรทั้งภายในและภายนอกบริษัทฯ (Academy & Talent Pool Program) 32.88 ล้านบาท บริษัทฯ มีแผนพัฒนา Quick Academy ซึ่งเป็นโครงการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร โดยจะดำเนินการจัดอบรม ณ สำนักงานใหญ่ของบริษัทฯ ในรูปแบบห้องเรียน (Classroom Training) และการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยีและการบริหารโครงการที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ทั้งนี้ การฝึกอบรมภายใต้ Quick Academy จะครอบคลุมเนื้อหาด้านเทคโนโลยีเฉพาะทาง เช่น ระบบ IoT, AI, ระบบ ERP รวมถึงการอบรม Reskill และ Upskill เพื่อเสริมศักยภาพบุคลากรให้สามารถพัฒนาทักษะได้อย่างต่อเนื่องและก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งแผนดังกล่าวรวมถึงการสร้าง Talent Pool ที่มีความเชี่ยวชาญและทักษะสอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของบริษัทฯ และความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เพื่อเสริมสร้างความพร้อมด้านบุคลากรและสนับสนุนแผนการขยายธุรกิจของบริษัทฯ ในระยะยาว รวมถึงการจัดตั้งเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย (Dealer Program) เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทฯ เช่น Quick MES, Quick PM และ Quick Carbon R เป็นต้น

3.ใช้เพื่อการลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Investment) 32.88 ล้านบาท บริษัทฯ มีแผนลงทุนในธุรกิจที่มีความเกี่ยวเนื่องและสอดคล้องกับธุรกิจหลักของบริษัทฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างมูลค่าเพิ่ม และขยายฐานลูกค้า

4.ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนทั่วไปในการดำเนินงานของบริษัทฯ (Working Capital) 65.78 ล้านบาท บริษัทฯ มีแผนจัดสรรเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานประจำ อาทิ ค่าใช้จ่ายด้านการตลาด ค่าใช้จ่ายบุคลากร ค่าใช้จ่ายดำเนินการทั่วไป และเงินทุนหมุนเวียนอื่น ๆ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถบริหารสภาพคล่องในการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ขยายเครือข่ายทางธุรกิจผ่านพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Partner Network) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยี โดยให้ความสำคัญกับพันธมิตรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ระดับโลก (Global Technology Partner) หรือผู้ให้บริการระบบอุตสาหกรรมขั้นสูง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์ (Product Portfolio) ของบริษัทฯ ให้มีศักยภาพในการแข่งขันมากยิ่งขึ้น อีกทั้ง บริษัทฯ มีแผนที่จะจัดตั้งเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย (Dealer Network) เพื่อขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค และเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่บริษัทฯ พัฒนาขึ้นเอง (Quick Products) และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ลูกค้า

    อีกทั้ง บริษัทฯ มีแผนขยายทีมงานด้าน AI & Data เพื่อรองรับการพัฒนาโซลูชันและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก โดยจะเพิ่มบุคลากรในตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง เช่น Data Engineer, Data Analyst และ AI Engineer เพื่อสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการของลูกค้า และการต่อยอดบริการด้านเทคโนโลยีขั้นสูง อันจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว