ครม.เงา จี้รัฐใช้ฐานข้อมูล “ไทยช่วยไทยพลัส” ช่วย SME-เร่งพักหนี้น้ำท่วม

นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยผลการประชุมครม.เงา ว่า ได้เสนอแนวทางช่วยเหลือธุรกิจ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย ว่า ให้มีการพักหนี้ และเร่งพิสูจน์ตัวตน SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เนื่องจากการลงทะเบียนเป็นผู้ประสบภัยมีขั้นตอนยุ่งยาก ยิ่งลงทะเบียนล่าช้า การจ่ายเงินเยียวยาก็จะยิ่งช้า ดังนั้นภาครัฐต้องดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว

ทั้งนี้ นายอิสริยะ กล่าวว่า รัฐบาลมีข้อมูลว่าใครเป็น SMEs จากฐานข้อมูลของไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งกระทรวงการคลังก็ทราบอยู่แล้วว่าใครเป็นผู้ประกอบการ จึงสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้พิสูจน์ตัวตนได้ จากกระบวนการที่ต้องใช้เวลาเป็นเดือน จะเหลือเพียงหลักวัน โดยคาดหวังให้สถาบันการเงินของรัฐทำงานเชิงรุก ซึ่งอยากให้ทางธนาคารลงพื้นที่ช่วยเหลือ SMEs และดูว่ามีปัญหาอะไรบ้าง เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งสินเชื่อในระบบได้เร็ว และไม่มีปัญหาหนี้นอกระบบตามมา

นายอิสริยะ ยังกล่าวถึง คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ว่า ควรประกาศเรื่องการจ่ายเงิน หรือ Credit Term  ต้องห้ามเกิน 45 วัน ซึ่งเป็นเงินที่ SMEs ต้องได้อยู่แล้ว เพียงแต่จ่ายช้า โดยประกาศดังกล่าวจะเริ่มมีผลวันที่ 2 พ.ย.69 แต่ SMEs รอไม่ได้ จึงหวังว่าภาครัฐจะไปเจรจากับผู้ประกอบการรายใหญ่

พร้อมทั้งเสนอว่า ภาครัฐควรหาพื้นที่ขายของชั่วคราว เพื่อให้ผู้ประกอบการมีกระแสเงินสดทำอาชีพต่อไปได้ รวมถึงเร่งประสานงานกับสมาคมวิชาชีพต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหาย

ขณะที่ตัวแทนสมาพันธ์ SMEs ไทย ให้ข้อมูลถึงผลกระทบว่า ปริมาณน้ำที่เกิดขึ้นในปีนี้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ SMEs ทั้งขนาดกลางและขนาดเล็ก ไม่ใช่แค่ในกรุงเทพฯ โดยมองว่า เป็นการบริหารงานที่ผิดพลาด จึงอยากให้ภาครัฐพักชำระหนี้ ลดหย่อนหนี้ และพูดคุยเรื่องภาษี ซึ่งน่าจะเป็นผลประโยชน์สูงสุดให้กับคนตัวเล็ก พร้อมเสนอให้ดูเรื่องพิมพ์เขียว SMEs ไทย เนื่องจากหลายรายขาดสภาพคล่องจนทำให้เป็นหนี้เสียมากขึ้น

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน